TBS KNOWLEDGE CENTER • BARRIER GATE GUIDE

ระบบไม้กั้นรถยนต์เหมาะกับหมู่บ้าน
และโครงการแบบไหน?

การเลือกระบบไม้กั้นรถยนต์ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวตู้และแขนกั้นเท่านั้น แต่ควรดูจำนวนช่องทาง รูปแบบผู้ใช้งาน ปริมาณรถ และวิธีตรวจสอบสิทธิ์เข้า–ออก เพื่อออกแบบระบบให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละพื้นที่
Barrier Gate Guide หมู่บ้าน • อาคาร • โรงงาน TBS Knowledge Center
Barrier Gate Vehicle Access LPR Visitor ทางเข้า–ออก
ระบบไม้กั้นรถยนต์ Barrier Gate สำหรับหมู่บ้าน อาคาร และโครงการ
BARRIER GATE PLANNING GUIDE เริ่มจากรูปแบบการเข้า–ออกและผู้ใช้งาน ก่อนเลือกอุปกรณ์และวิธีตรวจสอบสิทธิ์
THE BEST SYSTEMS (THAILAND) CO., LTD. SECURITY • AUTOMATION • ENERGY
UNDERSTANDING BARRIER GATE

Barrier Gate คืออะไร
และทำหน้าที่อะไร?

ก่อนเลือกรุ่นหรืออุปกรณ์ ควรเข้าใจก่อนว่าไม้กั้นรถยนต์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบควบคุมรถเข้า–ออก และสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ ตามรูปแบบของแต่ละโครงการ
02
BARRIER GATE SYSTEM ไม้กั้นรถยนต์ทำหน้าที่ควบคุม การเปิด–ปิดช่องทางสำหรับรถเข้าและออก ตัว Barrier Gate ประกอบด้วยชุดกลไกสำหรับยกและลดแขนกั้น ส่วนวิธีสั่งเปิด การตรวจสอบสิทธิ์ การตรวจจับรถ และการบันทึกข้อมูล สามารถออกแบบเพิ่มเติมได้ตามความต้องการของพื้นที่ เช่น รีโมท บัตรหรือระบบระบุสิทธิ์ กล้องอ่านป้ายทะเบียน และระบบสำหรับผู้มาติดต่อ
01 ควบคุมช่องทางรถ ใช้แขนกั้นเพื่อควบคุม การผ่านเข้า–ออกของรถในช่องทาง และช่วยจัดรูปแบบการสัญจร ให้เป็นระเบียบมากขึ้น
02 รับคำสั่งเปิด–ปิด ระบบสามารถรับคำสั่งเปิดไม้กั้น จากวิธีที่ออกแบบไว้ เช่น รีโมท เจ้าหน้าที่ หรือระบบควบคุมสิทธิ์ที่เชื่อมต่อร่วมกัน
03 ตรวจสอบสิทธิ์รถ สามารถออกแบบให้ทำงานร่วมกับ ระบบระบุสิทธิ์ เช่น บัตร ระบบระบุรถ หรือ LPR ตามความเหมาะสมของโครงการ
04 เชื่อมกับระบบที่เกี่ยวข้อง ในบางโครงการอาจเชื่อมต่อกับ ระบบผู้มาติดต่อ ระบบบริหารรถ หรืออุปกรณ์ตรวจจับ เพื่อรองรับขั้นตอนการเข้า–ออกที่ต้องการ
BASIC SYSTEM FLOW ภาพรวมการทำงานของระบบรถเข้า–ออก
ตัวอย่างนี้เป็นแนวคิดการทำงานโดยรวม อุปกรณ์และขั้นตอนจริงสามารถแตกต่างกัน ตามรูปแบบของแต่ละโครงการ
STEP 01 รถเข้าสู่ช่องทาง
STEP 02 ตรวจสอบหรือรับคำสั่ง
STEP 03 ระบบอนุญาตการผ่าน
STEP 04 Barrier Gate เปิด
STEP 05 รถผ่านและปิดช่องทาง
✓
Barrier Gate ไม่ได้หมายถึง LPR หรือ Access Control โดยอัตโนมัติ ไม้กั้นรถยนต์เป็นอุปกรณ์สำหรับควบคุมช่องทาง ส่วน LPR ระบบบัตร ระบบผู้มาติดต่อ และอุปกรณ์ตรวจจับต่าง ๆ เป็นระบบหรืออุปกรณ์ที่สามารถนำมาออกแบบให้ทำงานร่วมกันได้ โดยต้องพิจารณาความเข้ากันได้ รูปแบบการใช้งาน และขอบเขตของแต่ละโครงการ
เมื่อเข้าใจหน้าที่ของ Barrier Gate แล้ว ต่อไป: โครงการแบบไหนเหมาะกับระบบไม้กั้นรถยนต์? →
BARRIER GATE APPLICATIONS

โครงการแบบไหนเหมาะกับ
ระบบไม้กั้นรถยนต์?

Barrier Gate สามารถนำไปใช้ได้กับหลายประเภทพื้นที่ แต่รูปแบบระบบไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะจำนวนรถ ประเภทผู้ใช้งาน และขั้นตอนการเข้า–ออกของแต่ละโครงการแตกต่างกัน
01 RESIDENTIAL หมู่บ้านจัดสรร
เหมาะสำหรับการจัดระเบียบรถลูกบ้าน และรถผู้มาติดต่อ โดยสามารถออกแบบขั้นตอนเข้า–ออก ให้แยกตามประเภทผู้ใช้งานของโครงการได้
ควรพิจารณา รถลูกบ้าน • Visitor • จำนวนช่องทาง • ช่วงเวลารถหนาแน่น
02 RESIDENTIAL BUILDING คอนโดและอาคารพักอาศัย
ใช้ควบคุมรถที่เข้าสู่พื้นที่จอดรถ หรือพื้นที่ภายในโครงการ โดยควรพิจารณาร่วมกับสิทธิ์ของผู้พักอาศัย ผู้มาติดต่อ และรูปแบบพื้นที่จอดรถ
ควรพิจารณา ผู้พักอาศัย • Visitor • Parking • ทางเข้า–ออก
03 COMMERCIAL สำนักงานและอาคาร
ช่วยกำหนดช่องทางสำหรับรถพนักงาน ผู้เช่า ลูกค้า หรือผู้มาติดต่อ และสามารถวางระบบให้เหมาะกับ ขั้นตอนการอนุญาตรถของอาคาร
ควรพิจารณา พนักงาน • ผู้เช่า • ลูกค้า • Visitor
04 INDUSTRIAL โรงงานและคลังสินค้า
ใช้จัดการช่องทางรถพนักงาน รถผู้มาติดต่อ หรือรถที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง โดยการออกแบบควรคำนึงถึง ลักษณะรถและขั้นตอนการผ่านเข้า–ออกจริง
ควรพิจารณา ประเภทรถ • ช่องทาง • การขนส่ง • ความถี่การใช้งาน
05 PARKING ลานจอดรถ
เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการควบคุม จุดเข้าและออกของรถ โดยสามารถออกแบบการทำงานร่วมกับ ระบบบริหารพื้นที่จอดหรือระบบอื่น ตามความต้องการของโครงการ
ควรพิจารณา ทางเข้า • ทางออก • ปริมาณรถ • รูปแบบการบริหารพื้นที่
06 CONTROLLED AREA พื้นที่ควบคุมรถเข้า–ออก
สำหรับพื้นที่ที่ต้องการจำกัด หรือจัดระเบียบการผ่านของรถ สามารถออกแบบ Barrier Gate ให้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอน การตรวจสอบและอนุญาตการเข้า–ออกได้
ควรพิจารณา สิทธิ์การเข้า • ขั้นตอนอนุมัติ • ช่องทาง • ระบบที่เกี่ยวข้อง
SYSTEM DESIGN PRINCIPLE อย่าเลือก Barrier Gate จากประเภทสถานที่เพียงอย่างเดียว หมู่บ้านสองแห่งอาจต้องใช้ระบบ ที่แตกต่างกันได้ หากจำนวนรถ จำนวนช่องทาง ประเภทผู้ใช้งาน และขั้นตอนการเข้า–ออกไม่เหมือนกัน
FACTOR 01 จำนวนและประเภทของผู้ใช้งาน
FACTOR 02 จำนวนช่องทางเข้าและออก
FACTOR 03 ปริมาณรถและช่วงเวลาการใช้งาน
FACTOR 04 วิธีตรวจสอบและอนุญาตรถ
FACTOR 05 ระบบและอุปกรณ์เดิมของพื้นที่
FACTOR 06 การขยายระบบในอนาคต
✓
คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “สถานที่นี้ติด Barrier Gate ได้หรือไม่?” แต่ควรถามต่อว่า ใครเป็นผู้ใช้งาน รถประเภทใดต้องผ่าน มีรถประมาณเท่าไร ใช้กี่ช่องทาง และต้องการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยวิธีใด เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการออกแบบระบบโดยรวม
เมื่อทราบประเภทพื้นที่และผู้ใช้งานแล้ว ต่อไป: รถเข้า–ออกสามารถควบคุมด้วยวิธีใดบ้าง? →
VEHICLE ACCESS METHODS

รถเข้า–ออกสามารถควบคุม
ด้วยวิธีใดบ้าง?

วิธีสั่งเปิด Barrier Gate ควรเลือกจากประเภทผู้ใช้งาน จำนวนรถ ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ และระดับการบริหารจัดการที่โครงการต้องการ
01
หนึ่งโครงการไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวสำหรับรถทุกประเภท ตัวอย่างเช่น รถประจำอาจใช้ระบบระบุสิทธิ์แบบอัตโนมัติ ขณะที่รถผู้มาติดต่ออาจใช้ขั้นตอนตรวจสอบอีกแบบหนึ่ง การออกแบบจึงควรเริ่มจากการแยกประเภทผู้ใช้งาน และ Flow การเข้า–ออกก่อนเลือกอุปกรณ์
01 MANUAL CONTROL เจ้าหน้าที่ / ปุ่มควบคุม
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถหรือผู้มาติดต่อ แล้วสั่งเปิดไม้กั้นจากจุดควบคุม เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการให้บุคลากร เป็นผู้พิจารณาก่อนอนุญาตรถผ่าน
เหมาะกับ Visitor • จุดรักษาความปลอดภัย • พื้นที่ที่ต้องตรวจสอบก่อนเข้า
02 REMOTE CONTROL รีโมทควบคุม
ใช้รีโมทส่งคำสั่งเปิด Barrier Gate ตามระบบที่เลือก เป็นแนวทางที่ไม่ซับซ้อน แต่การบริหารสิทธิ์และจำนวนรีโมท ควรเหมาะกับลักษณะผู้ใช้งาน
ควรพิจารณา จำนวนผู้ใช้งาน • การแจกรีโมท • การควบคุมสิทธิ์ • ระยะใช้งาน
03 IDENTIFICATION Card / RFID
ใช้อุปกรณ์หรือข้อมูลระบุตัวตน เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ก่อนส่งคำสั่งเปิดไม้กั้น รูปแบบการอ่านและระยะการใช้งาน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เลือก
เหมาะกับ ผู้ใช้งานประจำ • พนักงาน • ลูกบ้าน • ระบบที่ต้องบริหารสิทธิ์
04 LICENSE PLATE RECOGNITION กล้องอ่านป้ายทะเบียน LPR
ระบบ LPR ใช้กล้องและระบบประมวลผล เพื่ออ่านข้อมูลป้ายทะเบียนรถ และสามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นส่วนหนึ่ง ของขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์และสั่งงาน Barrier Gate ตามการออกแบบระบบ
จุดสำคัญ ต้องพิจารณาตำแหน่งกล้อง มุมมอง ระยะรถ สภาพแสง รูปแบบช่องทาง และการเชื่อมต่อกับระบบควบคุม
05 VISITOR MANAGEMENT Visitor / QR / ลงทะเบียนล่วงหน้า
สำหรับรถผู้มาติดต่อ สามารถออกแบบขั้นตอนการลงทะเบียน การตรวจสอบข้อมูล หรือการใช้ QR เป็นส่วนหนึ่งของระบบอนุญาตเข้า–ออกได้ โดย Flow จริงขึ้นอยู่กับความต้องการของโครงการ
เหมาะกับ หมู่บ้าน • อาคาร • สำนักงาน • โรงงาน ที่ต้องแยกขั้นตอน Visitor ออกจากผู้ใช้งานประจำ
METHOD COMPARISON เปรียบเทียบแนวทางควบคุมรถเข้า–ออกเบื้องต้น ตารางนี้ใช้เพื่อช่วยมองภาพรวมของแต่ละแนวทาง ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการต้องเลือกเพียงวิธีเดียว หลายพื้นที่สามารถออกแบบให้ใช้หลายวิธีร่วมกันได้
วิธีควบคุมรูปแบบการใช้งานเหมาะกับสิ่งที่ควรพิจารณา
เจ้าหน้าที่ / ปุ่ม มีผู้ตรวจสอบและสั่งเปิด Visitor / จุดควบคุม ขั้นตอนตรวจสอบและการปฏิบัติงาน
Remote ผู้ถือรีโมทสั่งเปิด กลุ่มผู้ใช้งานที่กำหนด จำนวนรีโมทและการบริหารสิทธิ์
Card / RFID ตรวจสอบข้อมูลระบุสิทธิ์ ผู้ใช้งานประจำ เทคโนโลยี Reader และระบบควบคุม
LPR ใช้ข้อมูลป้ายทะเบียน รถที่ลงทะเบียนในระบบ กล้อง มุมติดตั้ง แสง และ System Integration
Visitor / QR ลงทะเบียนหรือตรวจสอบตาม Flow ผู้มาติดต่อ ขั้นตอนอนุมัติและระบบที่เชื่อมต่อ
✓
วิธีที่มีเทคโนโลยีมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกว่าทุกโครงการ ระบบที่เหมาะสมควรสมดุลระหว่าง ประเภทผู้ใช้งาน จำนวนรถ ความสะดวกในการเข้า–ออก วิธีบริหารสิทธิ์ โครงสร้างพื้นฐานเดิม และขั้นตอนการทำงานของพื้นที่ จึงควรออกแบบ Flow ก่อนเลือกระบบและอุปกรณ์
หนึ่งในแนวทางที่ใช้ร่วมกับ Barrier Gate ได้คือ LPR ต่อไป: Barrier Gate + LPR ทำงานร่วมกันอย่างไร? →
BARRIER GATE + LPR

Barrier Gate + LPR
ทำงานร่วมกันอย่างไร?

LPR ช่วยอ่านข้อมูลป้ายทะเบียนรถ ส่วน Barrier Gate ทำหน้าที่ควบคุมช่องทาง เมื่อนำมาออกแบบร่วมกับระบบตรวจสอบสิทธิ์ จึงสามารถสร้างขั้นตอนการเข้า–ออก ที่เหมาะกับแต่ละโครงการได้
STEP A • IDENTIFICATION LPR Camera กล้องและระบบที่เกี่ยวข้อง ใช้ภาพป้ายทะเบียนเพื่ออ่าน และส่งข้อมูลไปยังขั้นตอนประมวลผล ตามการออกแบบของระบบ
→
STEP B • ACCESS DECISION ตรวจสอบสิทธิ์ ระบบนำข้อมูลที่อ่านได้ ไปตรวจสอบกับข้อมูลหรือเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ก่อนตัดสินใจ ว่าจะอนุญาตการผ่านหรือไม่
→
STEP C • PHYSICAL ACCESS Barrier Gate เมื่อได้รับคำสั่งอนุญาต ชุดควบคุมจึงสั่งเปิดไม้กั้น เพื่อให้รถผ่านช่องทาง ตาม Logic ที่ออกแบบไว้
REGISTERED VEHICLE FLOW ตัวอย่าง Flow สำหรับรถที่ลงทะเบียนไว้
เป็นตัวอย่างแนวคิดของระบบ ขั้นตอนและอุปกรณ์จริงอาจแตกต่างกัน ตาม Software, Controller, LPR และการออกแบบของแต่ละโครงการ
STEP 01 รถเข้าสู่ช่องทาง รถเคลื่อนเข้าสู่บริเวณที่ออกแบบไว้สำหรับตรวจสอบ
STEP 02 กล้องจับภาพทะเบียน LPR รับภาพป้ายทะเบียนจากตำแหน่งที่ติดตั้ง
STEP 03 อ่านข้อมูลทะเบียน ระบบประมวลผลข้อมูลจากภาพที่ได้รับ
STEP 04 ตรวจสอบสิทธิ์ เปรียบเทียบกับข้อมูลหรือเงื่อนไขที่กำหนด
STEP 05 สั่งเปิด Barrier ส่งคำสั่งเปิดเมื่อผ่านเงื่อนไขของระบบ
STEP 06 รถผ่านช่องทาง ระบบดำเนินการต่อไปตาม Logic ที่ออกแบบไว้
01 REGISTERED VEHICLE รถที่ลงทะเบียนไว้
1 รถเข้าสู่จุดอ่านทะเบียน กล้องรับภาพตามตำแหน่งและมุมที่ออกแบบไว้
2 ตรวจสอบข้อมูลทะเบียน ระบบตรวจสอบกับข้อมูลสิทธิ์ที่กำหนดไว้
3 อนุญาตตามเงื่อนไข หากข้อมูลตรงตามเงื่อนไข ระบบสามารถส่งคำสั่งเปิดไม้กั้นได้
4 รถผ่านช่องทาง ขั้นตอนหลังรถผ่านขึ้นอยู่กับการออกแบบและอุปกรณ์ของระบบ
02 VISITOR VEHICLE รถผู้มาติดต่อ
1 รถเข้าสู่ช่องทาง Visitor เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบตาม Flow ของโครงการ
2 ตรวจสอบหรือลงทะเบียน อาจใช้เจ้าหน้าที่ QR การลงทะเบียนล่วงหน้า หรือวิธีอื่นตามระบบ
3 ยืนยันการอนุญาต ระบบหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการ
4 ส่งคำสั่งเปิด Barrier เมื่อผ่านขั้นตอนที่กำหนด จึงอนุญาตให้รถผ่านช่องทาง
LPR DESIGN FACTORS LPR ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ตัวกล้องเพียงอย่างเดียว การอ่านป้ายทะเบียนต้องพิจารณา สภาพหน้างานและการออกแบบโดยรวม เพื่อให้ภาพที่ระบบนำไปประมวลผล เหมาะกับลักษณะการใช้งานจริง
FACTOR 01 ตำแหน่งและมุมติดตั้งกล้อง
FACTOR 02 ระยะและตำแหน่งรถในช่องทาง
FACTOR 03 สภาพแสงในช่วงเวลาต่าง ๆ
FACTOR 04 ความชัดเจนและสภาพของป้ายทะเบียน
FACTOR 05 ลักษณะช่องทางและการเคลื่อนที่ของรถ
FACTOR 06 การตั้งค่าและการเชื่อมต่อระบบ
✓
LPR ช่วยตรวจสอบข้อมูลทะเบียน แต่ไม่ได้ทำให้ Barrier Gate เปิดเองโดยอัตโนมัติในทุกระบบ การเปิดไม้กั้นต้องขึ้นอยู่กับ Logic และเงื่อนไขที่ออกแบบไว้ เช่น ทะเบียนได้รับสิทธิ์หรือไม่ อยู่ในช่วงเวลาที่อนุญาตหรือไม่ หรือจำเป็นต้องผ่านขั้นตอน Visitor ก่อน รวมถึงต้องพิจารณาความเข้ากันได้ของกล้อง Software, Controller และ Barrier Gate ที่นำมาใช้งานร่วมกัน
ระบบจะทำงานได้ดีเมื่อออกแบบให้เหมาะกับสภาพหน้างานจริง ต่อไป: ก่อนติดตั้ง Barrier Gate ต้องสำรวจอะไรบ้าง? →
SITE SURVEY & SYSTEM PLANNING

ก่อนติดตั้ง Barrier Gate
ต้องสำรวจอะไรบ้าง?

การสำรวจหน้างานช่วยให้เห็นทั้งพื้นที่จริง ทิศทางการสัญจร จุดติดตั้งอุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้ ก่อนกำหนดรูปแบบของระบบไม้กั้นรถยนต์
06
BEFORE INSTALLATION อย่าเริ่มจากคำถามว่า “จะใช้ Barrier Gate รุ่นไหน?” เพียงอย่างเดียว ควรเริ่มจากการสำรวจว่ารถเข้าจากทางไหน ออกทางไหน มีผู้ใช้งานประเภทใด ต้องควบคุมกี่ช่องทาง และระบบใดต้องทำงานร่วมกัน แล้วจึงกำหนดอุปกรณ์ให้เหมาะกับหน้างาน
01 LANE & TRAFFIC ช่องทางและการสัญจร
สำรวจจำนวนช่องทาง ความกว้างของช่องรถ ทิศทางเข้า–ออก จุดเลี้ยว และพื้นที่ก่อนถึงไม้กั้น เพื่อวางระบบให้สอดคล้องกับการสัญจรจริง
✓ จำนวนช่องทางเข้าและออก
✓ ความกว้างและแนวช่องรถ
✓ ทิศทางและพื้นที่สำหรับรถเข้าแถว
02 BARRIER POSITION ตำแหน่งตู้และแขนกั้น
ต้องดูพื้นที่สำหรับติดตั้งตู้ แนวการยกและลดแขนกั้น ตำแหน่งขอบทาง เกาะกลาง รวมถึงสิ่งกีดขวางบริเวณโดยรอบ
✓ พื้นที่ฐานสำหรับติดตั้งตู้
✓ แนวแขนกั้นและช่องรถ
✓ สิ่งกีดขวางและพื้นที่โดยรอบ
03 VEHICLE DETECTION จุดตรวจจับรถ
หากระบบต้องใช้อุปกรณ์ตรวจจับรถ ควรกำหนดตำแหน่งและวิธีติดตั้ง ให้สัมพันธ์กับไม้กั้น และ Logic การทำงานของช่องทาง
✓ ตำแหน่งตรวจจับรถ
✓ ประเภทอุปกรณ์ตามการออกแบบ
✓ ลำดับการทำงานร่วมกับ Barrier
04 LPR POSITION ตำแหน่งกล้อง LPR
หากมีระบบอ่านป้ายทะเบียน ต้องพิจารณาตำแหน่งกล้อง มุมมอง ระยะจากรถ สภาพแสง และจุดที่รถเคลื่อนผ่าน เพื่อให้เหมาะกับการประมวลผล
✓ มุมและระยะของกล้อง
✓ สภาพแสงกลางวันและกลางคืน
✓ ตำแหน่งรถในจุดอ่านทะเบียน
05 POWER & NETWORK ไฟฟ้าและ Network
ตรวจสอบจุดจ่ายไฟ แนวเดินสาย ระบบ Network และตำแหน่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามรูปแบบของระบบที่จะติดตั้ง
✓ จุดจ่ายไฟและแนวเดินสาย
✓ Network สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อ
✓ ตำแหน่ง Controller และอุปกรณ์ระบบ
06 USER FLOW Flow ของผู้ใช้งาน
แยกให้ชัดว่ารถประเภทใด ใช้ช่องทางไหน ตรวจสอบสิทธิ์ด้วยวิธีใด และรถผู้มาติดต่อ ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง
✓ ลูกบ้าน / พนักงาน / ผู้ใช้งานประจำ
✓ Visitor และรถที่ยังไม่มีสิทธิ์
✓ ขั้นตอนเข้าและขั้นตอนออก
SITE SURVEY FLOW จากหน้างานจริง → สู่การออกแบบระบบ
การสำรวจที่ดีควรทำให้เห็นภาพตั้งแต่ รถเข้าสู่พื้นที่ การตรวจสอบสิทธิ์ การเปิดไม้กั้น จนถึงรถผ่านออกจากช่องทาง ก่อนกำหนดอุปกรณ์และตำแหน่งติดตั้ง
STEP 01 สำรวจพื้นที่จริง
STEP 02 วิเคราะห์ทิศทางรถ
STEP 03 แยกประเภทผู้ใช้งาน
STEP 04 กำหนดวิธีตรวจสอบสิทธิ์
STEP 05 วางตำแหน่งอุปกรณ์
STEP 06 ออกแบบ System Flow
VEHICLE DETECTION & OPERATION อุปกรณ์ตรวจจับต้องเลือก ตามการออกแบบของระบบ ระบบ Barrier Gate อาจมีอุปกรณ์ สำหรับตรวจจับรถหรือสนับสนุนการทำงาน หลายรูปแบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการ ต้องใช้อุปกรณ์เหมือนกันทั้งหมด
OPTION Loop Detector
OPTION Photocell / Sensor
OPTION Radar หรืออุปกรณ์ตรวจจับตามระบบ
IMPORTANT Logic การเปิด–ปิดและตรวจจับรถ
✓
Site Survey ไม่ใช่แค่การวัดพื้นที่สำหรับตั้งตู้ Barrier Gate จุดสำคัญคือการมองระบบทั้งหมดตั้งแต่ ทิศทางรถ จำนวนช่องทาง ประเภทผู้ใช้งาน วิธีตรวจสอบสิทธิ์ จุดติดตั้ง LPR ไฟฟ้า Network และอุปกรณ์ตรวจจับที่จำเป็นตามการออกแบบ เพื่อให้ระบบที่เลือกสอดคล้องกับหน้างานจริง
เมื่อสำรวจพื้นที่และกำหนด System Flow แล้ว ต่อไป: Checklist ก่อนเลือกระบบ Barrier Gate →
BARRIER GATE CHECKLIST

Checklist ก่อนเลือก
ระบบ Barrier Gate

ก่อนกำหนดรุ่นไม้กั้นและอุปกรณ์ ลองตอบคำถามเกี่ยวกับหน้างานและผู้ใช้งานให้ชัดเจน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยกำหนด รูปแบบของระบบได้ตรงกับการใช้งานมากขึ้น
✓
Checklist นี้ควรตอบให้ได้ก่อนสรุปอุปกรณ์และขอบเขตงาน ไม่จำเป็นว่าทุกโครงการจะต้องมีอุปกรณ์เหมือนกัน แต่ยิ่งทราบข้อมูลการใช้งานจริงมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้การออกแบบ Barrier Gate และระบบที่เกี่ยวข้องมีความเหมาะสมกับพื้นที่มากขึ้น
01
ENTRY / EXIT LANES ต้องควบคุมกี่ช่องทาง? ตรวจสอบจำนวนช่องทางเข้าและออก รวมถึงว่าช่องทางใดใช้ร่วมกัน หรือแยกตามประเภทผู้ใช้งาน
CHECK ทางเข้าและทางออกมีกี่ช่อง และแต่ละช่องใช้กับรถประเภทใด?
02
VEHICLE VOLUME มีรถใช้งานมากน้อยแค่ไหน? พิจารณาปริมาณรถที่ใช้งานจริง และลักษณะการเข้า–ออก เพื่อประกอบการออกแบบช่องทาง และขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์
CHECK รถเข้า–ออกกระจายตลอดวัน หรือกระจุกตัวในบางช่วงเวลา?
03
USER TYPES ใครเป็นผู้ใช้งานระบบ? แยกประเภทผู้ใช้งานให้ชัดเจน เช่น ลูกบ้าน พนักงาน ผู้เช่า รถขนส่ง หรือผู้มาติดต่อ เพราะแต่ละกลุ่มอาจใช้ Flow ต่างกัน
CHECK ผู้ใช้งานประจำและ Visitor ต้องผ่านขั้นตอนเดียวกันหรือไม่?
04
PEAK PERIOD ช่วงไหนมีรถหนาแน่น? ช่วงเวลาเร่งด่วนมีผลต่อ Flow การตรวจสอบสิทธิ์ และการจัดช่องทาง จึงควรพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้งานจริง
CHECK ช่วงเช้า เย็น หรือเปลี่ยนกะ มีรถเข้าหรือออกพร้อมกันหรือไม่?
05
ACCESS METHOD จะตรวจสอบสิทธิ์ด้วยวิธีใด? กำหนดแนวทางว่าใครเป็นผู้อนุญาตรถ และต้องการใช้เจ้าหน้าที่ รีโมท Card / RFID, LPR หรือระบบ Visitor ตามการออกแบบ
CHECK ต้องการให้รถกลุ่มใดผ่านอัตโนมัติ และกลุ่มใดต้องตรวจสอบก่อน?
06
EXISTING SYSTEM มีระบบเดิมอยู่แล้วหรือไม่? หากพื้นที่มี Barrier, LPR, Access Control, CCTV หรือฐานข้อมูลเดิม ควรตรวจสอบก่อนว่าส่วนใดสามารถใช้งานต่อ หรือจำเป็นต้องเชื่อมต่อเพิ่มเติม
CHECK ระบบเดิมต้องทำงานร่วมกับระบบใหม่ส่วนใดบ้าง?
07
INFRASTRUCTURE หน้างานพร้อมด้านไฟฟ้าและ Network หรือไม่? ตรวจสอบไฟฟ้า แนวเดินสาย Network และตำแหน่งอุปกรณ์ เพื่อประเมินงานระบบที่เกี่ยวข้อง ก่อนเริ่มติดตั้งจริง
CHECK มีไฟฟ้า Network และเส้นทางเดินสายถึงตำแหน่งอุปกรณ์หรือยัง?
08
FUTURE EXPANSION ในอนาคตต้องขยายระบบหรือไม่? หากมีแผนเพิ่มช่องทาง เพิ่มผู้ใช้งาน หรือเชื่อมระบบอื่น ควรนำมาพิจารณาตั้งแต่ช่วงออกแบบ เพื่อวางโครงสร้างระบบให้เหมาะสม
CHECK มีแผนเพิ่ม LPR, Visitor, ช่องทาง หรือระบบอื่นในอนาคตหรือไม่?
FINAL CHECK ก่อนเลือกอุปกรณ์ ลองตอบ 4 คำถามนี้ หากตอบได้ชัดเจน จะช่วยให้เห็นภาพของ System Flow และขอบเขตระบบที่ต้องออกแบบ ได้ง่ายขึ้น
1 ใครต้องใช้ช่องทางนี้ และมีผู้ใช้งานกี่ประเภท?
2 รถแต่ละประเภทต้องตรวจสอบสิทธิ์อย่างไร?
3 เมื่อรถได้รับอนุญาตแล้ว ระบบต้องสั่งงานอะไรต่อ?
4 ระบบต้องเชื่อมกับอุปกรณ์เดิมหรือรองรับอะไรในอนาคต?
✓
อย่าเริ่มเลือกระบบจาก “ตัวไม้กั้น” เพียงอย่างเดียว ระบบ Barrier Gate ที่เหมาะกับโครงการ ควรพิจารณาร่วมกันทั้งจำนวนช่องทาง ปริมาณรถ ประเภทผู้ใช้งาน วิธีตรวจสอบสิทธิ์ ระบบเดิม โครงสร้างพื้นฐาน และแผนการใช้งานในอนาคต ก่อนสรุปอุปกรณ์และขอบเขตงาน
เมื่อข้อมูลหน้างานและความต้องการชัดเจนแล้ว ต่อไป: TBS ออกแบบและติดตั้ง Barrier Gate อย่างไร? →
TBS BARRIER GATE SOLUTION

ออกแบบระบบ Barrier Gate
ให้เหมาะกับการใช้งานจริง

TBS ให้บริการตั้งแต่สำรวจหน้างาน ออกแบบระบบ เลือกอุปกรณ์ ติดตั้ง ทดสอบการทำงาน และส่งมอบ โดยพิจารณาระบบจากลักษณะพื้นที่ และขั้นตอนการเข้า–ออกของแต่ละโครงการ
✓
เริ่มจาก System Flow ก่อนกำหนดอุปกรณ์ จำนวนช่องทาง ปริมาณรถ ประเภทผู้ใช้งาน วิธีตรวจสอบสิทธิ์ ระบบ Visitor รวมถึงการใช้งานร่วมกับ LPR หรือระบบเดิม เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาร่วมกันก่อนสรุปขอบเขตงาน
01 SITE SURVEY สำรวจหน้างาน ตรวจสอบช่องทาง ทิศทางรถ พื้นที่ติดตั้ง จุดจ่ายไฟ Network และระบบเดิมที่เกี่ยวข้อง
02 SYSTEM DESIGN ออกแบบระบบ กำหนด Flow รถเข้า–ออก วิธีตรวจสอบสิทธิ์ ตำแหน่งอุปกรณ์ และการทำงานของแต่ละส่วน
03 EQUIPMENT เลือกอุปกรณ์ กำหนด Barrier Gate และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ให้เหมาะกับรูปแบบระบบ และขอบเขตของโครงการ
04 INSTALLATION ติดตั้งระบบ ติดตั้งอุปกรณ์ เดินระบบที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมต่อส่วนต่าง ๆ ตามแบบที่กำหนดไว้
05 TEST & COMMISSION ทดสอบการทำงาน ตรวจสอบการสั่งเปิด–ปิด Flow การใช้งาน และการทำงานร่วมกัน ของระบบตามขอบเขตงาน
06 HANDOVER ส่งมอบระบบ ส่งมอบระบบ พร้อมอธิบายแนวทางใช้งาน ตามอุปกรณ์และระบบ ที่ติดตั้งในโครงการ
SYSTEM DESIGN CONSIDERATIONS สิ่งที่ TBS นำมาพิจารณา ในการออกแบบระบบ การเลือกระบบไม่ได้พิจารณา เฉพาะตัวตู้ไม้กั้น แต่ควรมองตั้งแต่หน้างาน ผู้ใช้งาน ไปจนถึงระบบ ที่ต้องทำงานร่วมกัน
✓
ช่องทางและ Traffic Flow ทางเข้า ทางออก แนวรถ และพื้นที่ใช้งานจริง
✓
ประเภทผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานประจำ Visitor และรถประเภทต่าง ๆ
✓
วิธีตรวจสอบสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ Remote, RFID, LPR หรือระบบอื่นตามการออกแบบ
✓
Barrier Gate และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เลือกตามรูปแบบช่องทางและขอบเขตของระบบ
✓
Power & Network ไฟฟ้า Network แนวเดินสาย และตำแหน่งอุปกรณ์
✓
การเชื่อมต่อและการขยายระบบ พิจารณาระบบเดิมและแนวทางรองรับการใช้งานในอนาคต
PROJECT CONSULTATION ต้องการออกแบบระบบ Barrier Gate สำหรับโครงการของคุณ? ส่งข้อมูลหน้างานและความต้องการเบื้องต้นให้ TBS เพื่อใช้ประกอบการสำรวจและออกแบบระบบให้เหมาะกับพื้นที่
รูปแบบระบบ อุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และขอบเขตการติดตั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน ความต้องการใช้งาน ระบบเดิม และรายละเอียดของแต่ละโครงการ
BARRIER GATE GUIDE • SUMMARY

เลือกระบบ Barrier Gate
ให้เริ่มจากการใช้งานจริง

ระบบไม้กั้นรถยนต์ที่เหมาะกับแต่ละโครงการ ไม่ได้พิจารณาจากตัวตู้ Barrier Gate เพียงอย่างเดียว แต่ควรมองทั้งรูปแบบการสัญจร ประเภทผู้ใช้งาน วิธีตรวจสอบสิทธิ์ และสภาพหน้างาน ก่อนกำหนดอุปกรณ์และรูปแบบของระบบ
01
START WITH TRAFFIC FLOW เริ่มจาก Flow ของรถ
ดูก่อนว่าพื้นที่มีทางเข้าและทางออกกี่ช่อง รถประเภทใดใช้แต่ละช่อง มีช่วงเวลาที่รถหนาแน่นหรือไม่ และรถต้องผ่านขั้นตอนใด ตั้งแต่เข้าสู่พื้นที่จนผ่านไม้กั้น
02
DEFINE ACCESS METHOD กำหนดวิธีตรวจสอบสิทธิ์
แยกผู้ใช้งานประจำและผู้มาติดต่อ แล้วกำหนดวิธีอนุญาตรถให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม เช่น เจ้าหน้าที่ Remote, RFID, LPR หรือระบบ Visitor ตามรูปแบบที่ออกแบบไว้
03
SURVEY BEFORE EQUIPMENT สำรวจก่อนเลือกอุปกรณ์
ตรวจสอบพื้นที่จริง ตำแหน่งตู้และแขนกั้น จุดติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ไฟฟ้า Network ระบบเดิม และข้อจำกัดของหน้างาน ก่อนสรุปอุปกรณ์และขอบเขตการติดตั้ง
✓
Barrier Gate เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมรถเข้า–ออก หากโครงการต้องใช้ LPR, RFID, Visitor Management หรืออุปกรณ์ตรวจจับรถ ควรออกแบบการทำงานของแต่ละส่วนให้สัมพันธ์กัน โดยพิจารณาความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ ความต้องการใช้งาน และขอบเขตของแต่ละโครงการ
PROJECT CONSULTATION กำลังวางแผนติดตั้งระบบ Barrier Gate สำหรับโครงการ? TBS ให้บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้ง ระบบไม้กั้นรถยนต์และระบบที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากพื้นที่ รูปแบบการเข้า–ออก และความต้องการใช้งานของโครงการ
THE BEST SYSTEMS (THAILAND) CO., LTD. • KNOWLEDGE CENTER
Visitors: 2,332