TBS KNOWLEDGE CENTER • SOLAR CELL GUIDE

Solar Cell ช่วยลดค่าไฟได้อย่างไร
และควรเลือกระบบกี่ kW?

การเลือกระบบ Solar Cell ไม่ควรพิจารณาจากค่าไฟเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูพฤติกรรมการใช้ไฟในแต่ละช่วงเวลา ขนาดของโหลด ระบบไฟฟ้า พื้นที่ติดตั้ง และสภาพหน้างาน เพื่อออกแบบขนาดระบบให้เหมาะกับการใช้งานจริง
SOLAR CELL GUIDE บ้าน • สำนักงาน • ธุรกิจ TBS Knowledge Center
ลดค่าไฟ ขนาดระบบ kW Load กลางวัน 1 Phase / 3 Phase Site Survey
Solar Cell สำหรับบ้าน อาคาร สำนักงาน และธุรกิจ
SOLAR SYSTEM PLANNING GUIDE เริ่มจากพฤติกรรมการใช้ไฟ ก่อนเลือกขนาด Solar และอุปกรณ์
THE BEST SYSTEMS (THAILAND) CO., LTD. SECURITY • AUTOMATION • ENERGY
HOW SOLAR SAVES ENERGY

Solar Cell ช่วยลดค่าไฟ
ได้อย่างไร?

หลักการสำคัญคือ นำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้า เพื่อใช้กับโหลดภายในบ้านหรืออาคารในช่วงที่ระบบผลิตไฟ จึงช่วยลดปริมาณพลังงานที่ต้องรับจากระบบไฟฟ้า
BASIC PRINCIPLE ใช้พลังงานจาก Solar กับโหลดในอาคารในช่วงที่ระบบกำลังผลิตไฟ เมื่อมีแสงอาทิตย์ แผง Solar จะผลิตพลังงานไฟฟ้า และ Inverter ทำหน้าที่แปลงและจัดการไฟฟ้า เพื่อให้ระบบสามารถนำพลังงานไปใช้งานกับโหลด ตามรูปแบบของระบบที่ออกแบบไว้
STEP 01 แสงอาทิตย์ เป็นแหล่งพลังงานที่ตกกระทบบนแผง Solar
STEP 02 Solar Panel เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง
STEP 03 Inverter แปลงไฟฟ้าให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานในระบบไฟฟ้า
STEP 04 ใช้กับโหลดภายใน พลังงานที่ผลิตได้ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กำลังทำงาน
RESULT ลดการใช้ไฟจากระบบ เมื่อ Solar ช่วยจ่ายพลังงานให้โหลด จึงลดพลังงานที่ต้องรับจากระบบไฟฟ้าในช่วงนั้น
WHAT AFFECTS THE SAVING? ทำไมติด Solar ขนาดเท่ากัน แต่ลดค่าไฟได้ไม่เท่ากัน? เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ขนาดระบบเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับทั้งพลังงานที่ระบบผลิตได้ และรูปแบบการใช้ไฟของสถานที่นั้นในแต่ละช่วงเวลา
01
การใช้ไฟช่วงกลางวัน ต้องดูว่าช่วงที่ Solar ผลิตไฟ มีโหลดใช้งานอยู่มากน้อยเพียงใด
02
ปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ เปลี่ยนแปลงตามสภาพแสง การติดตั้ง ระบบ และสภาพแวดล้อม
03
ขนาดระบบ ควรสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ไฟ และข้อจำกัดของพื้นที่
04
รูปแบบของระบบ การจัดการพลังงานขึ้นอยู่กับ การออกแบบและอุปกรณ์ของระบบที่ติดตั้ง
SIMPLE EXAMPLE ลองมองเป็นภาพง่าย ๆ ในช่วงกลางวัน
01 • LOAD บ้านหรืออาคารกำลังมีอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้งาน
02 • SOLAR ระบบ Solar กำลังผลิตพลังงานในช่วงเวลาเดียวกัน
03 • RESULT Solar ช่วยจ่ายพลังงานให้โหลด จึงลดการรับไฟจากระบบในช่วงนั้น
!
ผลิตไฟได้มาก ไม่ได้หมายความว่าจะลดค่าไฟได้มากในสัดส่วนเดียวกันเสมอไป สิ่งสำคัญคือพลังงานที่ผลิตได้ สอดคล้องกับการใช้ไฟของสถานที่มากน้อยเพียงใด รวมถึงรูปแบบของระบบและเงื่อนไขการใช้พลังงานส่วนเกิน ดังนั้นการประเมินขนาด Solar ควรพิจารณาข้อมูลการใช้ไฟและหน้างานร่วมกัน ไม่ควรเลือกจากขนาด kW หรือค่าไฟรายเดือนเพียงตัวเลขเดียว
เมื่อเข้าใจแล้วว่า Solar ช่วยลดการใช้ไฟจากระบบอย่างไร ต่อไป: ก่อนเลือกขนาด Solar ต้องดูอะไรบ้าง? →
BEFORE CHOOSING SYSTEM SIZE

ก่อนเลือกขนาด Solar
ต้องดูอะไรบ้าง?

ขนาดระบบ Solar ที่เหมาะสม ควรสัมพันธ์กับรูปแบบการใช้พลังงานของสถานที่ ไม่ใช่เลือกจากค่าไฟรายเดือนหรือขนาด kW เพียงตัวเลขเดียว
SYSTEM SIZING PRINCIPLE เริ่มจาก “ใช้ไฟเมื่อไร และใช้มากแค่ไหน?” ก่อนถามว่าควรติดกี่ kW ค่าไฟช่วยให้เห็นภาพการใช้พลังงานโดยรวม แต่การออกแบบระบบควรพิจารณาพฤติกรรมการใช้ไฟ โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่ Solar สามารถผลิตพลังงานได้ รวมถึงพื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟเดิม และแผนการใช้ไฟในอนาคต
01
ELECTRICITY USAGE ค่าไฟและหน่วยไฟย้อนหลัง
ข้อมูลค่าไฟและปริมาณพลังงานที่ใช้ย้อนหลัง ช่วยให้เห็นแนวโน้มการใช้ไฟของบ้านหรือธุรกิจ เช่น เดือนที่ใช้ไฟสูงหรือต่ำ และความแตกต่างของการใช้พลังงานในแต่ละช่วงของปี ควรดูข้อมูลหลายช่วงเวลา มากกว่าตัดสินจากบิลเพียงเดือนเดียว
02
DAYTIME LOAD Load การใช้ไฟช่วงกลางวัน
ควรดูว่าในช่วงกลางวัน มีเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักร อุปกรณ์สำนักงาน ปั๊ม หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าใดกำลังใช้งาน และรูปแบบการใช้ไฟเปลี่ยนแปลงอย่างไรระหว่างวัน เป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินว่า พลังงานจาก Solar สามารถนำไปใช้กับโหลดได้มากน้อยเพียงใด
03
OPERATING SCHEDULE วันและเวลาที่ใช้ไฟ
บ้าน สำนักงาน ร้านค้า และโรงงาน มีช่วงเวลาการใช้งานต่างกัน จึงควรดูว่าพื้นที่ใช้ไฟวันใดบ้าง ใช้ช่วงเวลาใด และมีวันหยุดหรือช่วงที่โหลดลดลงหรือไม่ สถานที่ที่มีรูปแบบการใช้งานต่างกัน อาจต้องออกแบบขนาดระบบต่างกัน แม้ค่าไฟใกล้เคียงกัน
04
INSTALLATION AREA พื้นที่ติดตั้งและเงาบัง
ต้องตรวจสอบพื้นที่ที่สามารถติดตั้งแผงได้จริง รวมถึงรูปทรงและสภาพของหลังคา สิ่งกีดขวาง และเงาจากอาคาร ต้นไม้ หรือวัตถุรอบพื้นที่ ที่อาจส่งผลต่อการออกแบบระบบ จำนวนแผงที่ติดตั้งได้จริง ขึ้นอยู่กับขนาดแผง Layout และข้อจำกัดของพื้นที่แต่ละโครงการ
05
ELECTRICAL SYSTEM ระบบไฟ 1 Phase / 3 Phase
ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าเดิมของสถานที่ ตู้ไฟ และจุดเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง เพื่อเลือก Inverter และออกแบบการเชื่อมต่อระบบ ให้เหมาะกับระบบไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่ ไม่ควรเลือก Inverter จากกำลัง kW เพียงอย่างเดียว โดยไม่ตรวจสอบระบบไฟเดิม
06
FUTURE ENERGY USE การใช้ไฟในอนาคต
หากมีแผนเพิ่มเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักร อุปกรณ์สำนักงาน จุดชาร์จรถไฟฟ้า หรือโหลดไฟฟ้าอื่นในอนาคต ควรนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาในการวางแผนระบบด้วย การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้การออกแบบ สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลง
SOLAR SYSTEM ANALYSIS ข้อมูลที่ควรนำมาดูร่วมกัน ก่อนกำหนดขนาดระบบ การประเมิน Solar ที่เหมาะสม ควรมองข้อมูลหลายด้านร่วมกัน เพื่อให้ขนาดระบบสอดคล้องกับการใช้ไฟ และข้อจำกัดของพื้นที่จริง
✓
ประวัติการใช้ไฟ ค่าไฟและหน่วยพลังงานย้อนหลัง
✓
Load Profile รูปแบบและช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงาน
✓
พื้นที่ติดตั้ง พื้นที่ใช้งานจริง Layout และเงาบัง
✓
ระบบไฟเดิม ระบบไฟ ตู้ไฟ และจุดเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง
✓
รูปแบบการใช้งาน บ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงาน
✓
แผนในอนาคต การเพิ่มโหลดหรือเปลี่ยนรูปแบบการใช้ไฟ
!
ค่าไฟเดือนละเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าควรติด Solar ขนาดเท่ากัน ตัวอย่างเช่น สถานที่หนึ่งอาจใช้ไฟส่วนใหญ่ในช่วงกลางวัน ขณะที่อีกสถานที่ใช้ไฟมากในช่วงกลางคืน แม้ยอดค่าไฟใกล้เคียงกัน รูปแบบการใช้พลังงานที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาผลิตไฟของ Solar จึงเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินขนาดระบบ
เมื่อมีข้อมูลการใช้ไฟและข้อจำกัดของพื้นที่แล้ว ต่อไป: ควรติด Solar กี่ kW? →
SOLAR SYSTEM SIZING

ควรติด Solar
กี่ kW?

ขนาดระบบที่เหมาะสม ควรประเมินจากการใช้ไฟช่วงที่ Solar ผลิตพลังงาน ร่วมกับพื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟเดิม และเป้าหมายของแต่ละสถานที่
SIZING PRINCIPLE ไม่มีสูตรเดียวว่า “ค่าไฟเท่านี้ = ต้องติด Solar เท่านี้ kW” ค่าไฟรายเดือนเป็นข้อมูลประกอบที่มีประโยชน์ แต่ยังไม่บอกว่าพลังงานถูกใช้ในช่วงเวลาใด การกำหนดขนาดระบบจึงควรดู Load ช่วงกลางวัน รูปแบบการใช้งาน พื้นที่ติดตั้ง และข้อมูลระบบไฟฟ้าร่วมกัน
kW
POWER kW คือ “กำลัง” ใช้บอกระดับกำลังของระบบหรืออุปกรณ์ เช่น ระบบ Solar ขนาด 5 kW ไม่ได้หมายความว่าจะผลิตพลังงาน 5 kWh ทุกชั่วโมงตลอดทั้งวัน
kWh
ENERGY kWh คือ “พลังงาน” ใช้บอกปริมาณพลังงานที่ผลิตหรือใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นหน่วยที่พบในการวัดการใช้พลังงานไฟฟ้า และเกี่ยวข้องกับการคิดค่าไฟ
EXAMPLE SYSTEM SIZES ตัวอย่างขนาดระบบที่พบในการออกแบบ Solar
ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างขนาดระบบเพื่อช่วยให้เข้าใจแนวคิด ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัวสำหรับเลือกจากประเภทอาคารหรือค่าไฟ
EXAMPLE SIZE 3 kW ระบบขนาดเริ่มต้นตัวอย่าง อาจนำมาพิจารณาในพื้นที่ที่มี Load และพื้นที่ติดตั้งในระดับหนึ่ง แต่ต้องตรวจสอบว่าพฤติกรรมการใช้ไฟ สอดคล้องกับกำลังของระบบหรือไม่ ไม่ควรสรุปว่าเหมาะกับบ้านทุกหลัง หรือค่าไฟระดับใดระดับหนึ่งโดยอัตโนมัติ
EXAMPLE SIZE 5 kW อีกหนึ่งขนาดระบบที่พบได้บ่อย การพิจารณาระบบระดับนี้ ควรดู Load กลางวัน จำนวนและ Layout ของแผง ระบบไฟเดิม รวมถึงพื้นที่ติดตั้งจริง ก่อนเลือกอุปกรณ์ สถานที่ที่มีค่าไฟใกล้เคียงกัน อาจไม่ได้เหมาะกับระบบ 5 kW เหมือนกัน
EXAMPLE SIZE 10 kW+ ระบบที่ต้องวิเคราะห์ Load และพื้นที่มากขึ้น สำหรับระบบที่มีขนาดเพิ่มขึ้น ควรพิจารณารายละเอียดของ Load ระบบไฟฟ้า พื้นที่ติดตั้ง การจัดวางอุปกรณ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ตามลักษณะของโครงการ ขนาดที่เหมาะสมควรได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล และสำรวจหน้างาน ไม่ใช่เลือกจากตัวเลข kW เพียงอย่างเดียว
HOW TO ESTIMATE SYSTEM SIZE แนวคิดในการประเมิน ขนาดระบบ Solar ก่อนกำหนดขนาดระบบ ควรนำข้อมูลการใช้พลังงาน และข้อมูลหน้างานมาวิเคราะห์ร่วมกัน แล้วจึงเลือกขนาดและอุปกรณ์ที่เหมาะสม
01
ดูข้อมูลการใช้ไฟ ตรวจสอบหน่วยไฟและแนวโน้มการใช้พลังงานย้อนหลัง
02
วิเคราะห์ Load กลางวัน ดูว่าช่วงที่ Solar ผลิตไฟ มีการใช้พลังงานมากน้อยเพียงใด
03
ตรวจพื้นที่ติดตั้ง พิจารณาพื้นที่จริง Layout หลังคา สิ่งกีดขวาง และเงาบัง
04
ตรวจระบบไฟเดิม ตรวจสอบ 1 Phase / 3 Phase ตู้ไฟ และจุดเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง
05
ประเมินขนาดระบบ กำหนดขนาดโดยพิจารณาการใช้ไฟและข้อจำกัดของพื้นที่ร่วมกัน
06
เลือกอุปกรณ์และออกแบบระบบ เลือกแผง Inverter และองค์ประกอบระบบตามแบบและขอบเขตงาน
!
ระบบใหญ่กว่า ไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมกว่าหรือประหยัดกว่าเสมอไป หากขนาดระบบไม่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ไฟ พลังงานที่ผลิตได้อาจไม่ถูกใช้ในช่วงเวลาเดียวกับที่ผลิต และการจัดการพลังงานส่วนเกินขึ้นอยู่กับรูปแบบระบบ รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นควรกำหนดขนาดจากข้อมูลการใช้ไฟและหน้างานจริง
หลังจากประเมินขนาดระบบแล้ว ยังต้องตรวจสอบระบบไฟเดิมของสถานที่ ต่อไป: Solar 1 Phase กับ 3 Phase ต่างกันอย่างไร? →
SINGLE PHASE VS THREE PHASE

Solar 1 Phase กับ 3 Phase
ต่างกันอย่างไร?

การเลือก Solar 1 Phase หรือ 3 Phase ควรเริ่มจากการตรวจสอบระบบไฟฟ้าของสถานที่ ขนาดและรูปแบบของระบบที่ออกแบบ รวมถึงอุปกรณ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
ELECTRICAL SYSTEM PRINCIPLE ไม่ได้เลือก 1 Phase หรือ 3 Phase จากความต้องการเพียงอย่างเดียว ก่อนเลือกระบบ Solar ควรตรวจสอบก่อนว่าสถานที่ใช้ระบบไฟฟ้าแบบใด รวมถึงตู้ไฟ จุดเชื่อมต่อ ขนาดระบบ และรูปแบบการใช้งานจริง จากนั้นจึงเลือก Inverter และออกแบบระบบให้สอดคล้องกัน
1Φ
SINGLE PHASE ระบบไฟ 1 Phase
เป็นรูปแบบระบบไฟฟ้าที่พบได้ในสถานที่หลายประเภท โดยการออกแบบ Solar ต้องเลือกอุปกรณ์ และรูปแบบการเชื่อมต่อให้เหมาะกับระบบไฟฟ้า ที่มีอยู่จริงในสถานที่นั้น
✓ ตรวจสอบระบบไฟเดิมว่าเป็น 1 Phase จริง
✓ เลือก Inverter และอุปกรณ์ให้สัมพันธ์กับระบบที่ออกแบบ
✓ ตรวจสอบตู้ไฟ จุดเชื่อมต่อ และเส้นทางสาย
3Φ
THREE PHASE ระบบไฟ 3 Phase
ในสถานที่ที่ใช้ระบบไฟ 3 Phase การออกแบบ Solar ต้องพิจารณาระบบไฟฟ้าเดิม รูปแบบการกระจายโหลด ขนาดระบบ และ Inverter ให้เหมาะกับเงื่อนไขของหน้างาน
✓ ตรวจสอบ Main System และระบบไฟเดิมของอาคาร
✓ พิจารณารูปแบบ Load และการออกแบบระบบร่วมกัน
✓ เลือก Inverter และจุดเชื่อมต่อตามแบบระบบที่เหมาะสม
≠
3 Phase ไม่ได้หมายความว่า “ดีกว่า” 1 Phase เสมอไป ทั้งสองรูปแบบมีบริบทการใช้งานต่างกัน สิ่งสำคัญคือระบบ Solar ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับระบบไฟฟ้าเดิม Load ขนาดระบบ อุปกรณ์ และเงื่อนไขของสถานที่นั้น
BEFORE CHOOSING INVERTER ก่อนเลือก Inverter ต้องตรวจอะไรบ้าง?
01
ระบบไฟเดิม ตรวจสอบว่าสถานที่เป็นระบบ 1 Phase หรือ 3 Phase และลักษณะการจ่ายไฟของหน้างาน
02
ขนาดระบบ Solar ขนาด Inverter และการออกแบบระบบ ต้องพิจารณาร่วมกับกำลังของระบบ Solar
03
รูปแบบ Load ดูลักษณะและช่วงเวลาการใช้ไฟ รวมถึงรูปแบบการกระจายโหลดของสถานที่
04
ตู้ไฟและจุดเชื่อมต่อ ตรวจสอบ Main Distribution จุดเชื่อมต่อ และพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
05
เส้นทางสาย วางแผนเส้นทางจากแผง Solar ไปยัง Inverter และระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง
06
เงื่อนไขของโครงการ พิจารณาขอบเขตงาน ระบบเดิม และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ก่อนสรุปแบบและอุปกรณ์
INVERTER SELECTION Inverter ไม่ได้เลือกจาก “กี่ kW” เพียงอย่างเดียว Inverter เป็นส่วนสำคัญของระบบ การเลือกรุ่นและรูปแบบที่เหมาะสม ต้องพิจารณาข้อมูลของระบบ Solar ระบบไฟฟ้า และการออกแบบโดยรวมร่วมกัน
01
Phase ของระบบไฟ ตรวจสอบความเหมาะสมกับระบบไฟฟ้าของสถานที่
02
กำลังของระบบ พิจารณาขนาดแผงและรูปแบบการออกแบบระบบร่วมกัน
03
Configuration การจัดวงจรและการเชื่อมต่อขึ้นอยู่กับแบบของแต่ละระบบ
04
Site Conditions ตำแหน่งติดตั้ง สภาพแวดล้อม และระบบไฟเดิมต้องนำมาพิจารณา
SIMPLE EXAMPLE สถานที่ต่างกัน ออกแบบระบบต่างกันได้
บ้านหรืออาคารที่ใช้ไฟ 1 Phase ต้องตรวจ Load พื้นที่หลังคา ระบบไฟเดิม และขนาด Solar ที่ต้องการ ก่อนเลือก Inverter และกำหนดรายละเอียดการติดตั้ง
อาคารหรือสถานที่ที่ใช้ไฟ 3 Phase ต้องพิจารณาระบบไฟฟ้า รูปแบบ Load ขนาดระบบ จุดเชื่อมต่อ และรายละเอียดของอุปกรณ์ ตามลักษณะของโครงการ
!
อย่าเลือกระบบ Solar จากคำว่า “1 Phase หรือ 3 Phase” เพียงอย่างเดียว Phase เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ต้องตรวจสอบ แต่การออกแบบระบบยังต้องพิจารณา Load ขนาด Solar พื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟเดิม อุปกรณ์ และเงื่อนไขของโครงการร่วมกัน การสำรวจหน้างานจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนสรุประบบ
นอกจากขนาดระบบและระบบไฟแล้ว ปริมาณไฟที่ Solar ผลิตได้ยังเปลี่ยนแปลงตามหลายปัจจัย ต่อไป: อะไรมีผลต่อการผลิตไฟและการประหยัด? →
SOLAR PERFORMANCE FACTORS

อะไรมีผลต่อการผลิตไฟ
และการประหยัด?

ระบบ Solar ที่มีขนาด kW เท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าจะผลิตพลังงาน หรือช่วยลดค่าไฟได้เท่ากันทุกสถานที่ เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน การออกแบบ และพฤติกรรมการใช้ไฟ
☀
KEY PRINCIPLE “ผลิตไฟได้มาก” กับ “ประหยัดค่าไฟได้มาก” เป็นคนละเรื่องที่ต้องพิจารณาร่วมกัน ปริมาณพลังงานที่ระบบผลิตได้ ขึ้นอยู่กับสภาพแสง พื้นที่ติดตั้ง การออกแบบและประสิทธิภาพของระบบ ขณะที่ผลต่อค่าไฟยังเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่อาคารใช้พลังงาน และรูปแบบการจัดการพลังงานของระบบนั้นด้วย
01
SUNLIGHT & WEATHER แสงแดดและสภาพอากาศ
ปริมาณพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่แผงได้รับ เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ฤดูกาล สภาพอากาศ และตำแหน่งของพื้นที่ติดตั้ง จึงทำให้การผลิตไฟไม่ได้คงที่ตลอดทั้งวันหรือทั้งปี การประเมินระบบควรพิจารณาข้อมูลของพื้นที่และสภาพการติดตั้งจริง
02
ORIENTATION & LAYOUT ทิศทางและการจัดวางแผง
ทิศทาง มุมติดตั้ง รูปทรงของหลังคา และ Layout ของแผง มีผลต่อปริมาณแสงที่แผงได้รับ จึงควรออกแบบจากพื้นที่จริง มากกว่าดูเพียงจำนวนแผง หลังคาแต่ละพื้นที่อาจเหมาะกับ Layout ที่แตกต่างกัน
03
SHADING เงาบัง
ต้นไม้ อาคารข้างเคียง เสา ป้าย หรือสิ่งปลูกสร้างบนหลังคา อาจทำให้เกิดเงาบนแผงในบางช่วงเวลา ซึ่งสามารถส่งผลต่อการผลิตพลังงานของระบบได้ ควรตรวจเงาบังตามตำแหน่งและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องก่อนสรุป Layout
04
TEMPERATURE อุณหภูมิของแผง
แสงแดดเป็นแหล่งพลังงานของ Solar แต่ประสิทธิภาพของแผงยังสัมพันธ์กับอุณหภูมิ และคุณลักษณะของอุปกรณ์ ดังนั้นแดดจัดไม่ได้หมายความว่ากำลังผลิตจะเพิ่มขึ้น ในสัดส่วนเดียวกันเสมอไป สมรรถนะจริงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและคุณลักษณะของอุปกรณ์ที่ใช้
05
SYSTEM EFFICIENCY & LOSSES ประสิทธิภาพและ Loss ของระบบ
ระบบจริงมีองค์ประกอบหลายส่วน เช่น แผง Solar, Inverter, สายไฟ การเชื่อมต่อ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง การออกแบบและเลือกอุปกรณ์จึงมีผลต่อสมรรถนะโดยรวม กำลังติดตั้งของแผงไม่เท่ากับพลังงานที่ส่งถึงจุดใช้งานทุกขณะ
06
CLEANLINESS & MAINTENANCE ความสะอาดและการดูแลระบบ
ฝุ่น คราบ หรือสิ่งสกปรกบนผิวแผง รวมถึงสภาพของอุปกรณ์และระบบ สามารถมีผลต่อการทำงานได้ การตรวจสอบและดูแลตามความเหมาะสม จึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานระยะยาว รูปแบบและความถี่ในการดูแลขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และระบบที่ติดตั้ง
GENERATION VS SAVINGS ผลิตไฟได้เท่าไร กับประหยัดได้เท่าไร ต้องดูคนละส่วน ระบบ Solar สร้างพลังงานในช่วงที่มีแสงอาทิตย์ แต่ผลต่อค่าไฟขึ้นอยู่กับว่า พลังงานนั้นตรงกับช่วงที่สถานที่กำลังใช้ไฟมากน้อยเพียงใด
SOLAR GENERATION ปริมาณไฟที่ระบบผลิตได้ พิจารณาจากสภาพแสง การติดตั้ง และสมรรถนะของระบบเป็นหลัก
✓ แสงแดดและสภาพอากาศ
✓ ทิศทาง มุม และ Layout ของแผง
✓ เงาบังและสภาพพื้นที่
✓ อุปกรณ์และ Loss ของระบบ
ELECTRICITY SAVINGS ผลต่อค่าไฟของสถานที่ นอกจากการผลิตแล้ว ยังต้องดูว่าพลังงานถูกใช้เมื่อใด และระบบถูกออกแบบอย่างไร
✓ Load ในช่วงกลางวัน
✓ ช่วงเวลาการใช้พลังงาน
✓ ขนาด Solar เทียบกับ Load
✓ รูปแบบระบบและเงื่อนไขด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง
SAME SYSTEM SIZE, DIFFERENT RESULT Solar ขนาดเท่ากัน ผลลัพธ์อาจต่างกัน
ตัวอย่างนี้อธิบายหลักการเท่านั้น ผลจริงต้องประเมินจากข้อมูลและสภาพหน้างานของแต่ละสถานที่
SCENARIO A พื้นที่รับแสงดี แต่ใช้ไฟช่วงกลางวันน้อย ระบบอาจมีศักยภาพในการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ แต่ผลต่อค่าไฟของสถานที่จะขึ้นอยู่กับว่า พลังงานที่ผลิตในช่วงนั้นถูกนำไปใช้มากน้อยเพียงใด รวมถึงรูปแบบการจัดการพลังงานส่วนเกินของระบบ
SCENARIO B มี Load กลางวัน แต่พื้นที่มีเงาบังบางช่วง แม้ช่วงเวลาการใช้ไฟจะสอดคล้องกับการผลิตของ Solar แต่เงาบังและสภาพพื้นที่อาจมีผลต่อพลังงานที่ผลิตได้ จึงต้องพิจารณาทั้ง Load และสภาพการติดตั้งร่วมกัน
!
อย่าประเมินการประหยัดจากจำนวนแผงหรือขนาด kW เพียงอย่างเดียว การประเมินที่เหมาะสมควรดูทั้งข้อมูลการใช้ไฟ โดยเฉพาะช่วงกลางวัน สภาพพื้นที่ติดตั้ง เงาบัง Layout ของแผง ระบบไฟเดิม และรายละเอียดของระบบ Solar ที่ออกแบบ เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อผลลัพธ์จริงของแต่ละสถานที่
เมื่อเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบหน้างานจริงก่อนออกแบบระบบ ต่อไป: ก่อนติดตั้ง Solar ต้องสำรวจอะไรบ้าง? →
SOLAR SITE SURVEY

ก่อนติดตั้ง Solar
ต้องสำรวจอะไรบ้าง?

การสำรวจหน้างานช่วยให้เห็นข้อจำกัด และข้อมูลที่จำเป็นต่อการออกแบบระบบ ตั้งแต่พื้นที่ติดตั้งและเงาบัง ไปจนถึงระบบไฟฟ้า ตำแหน่ง Inverter และเส้นทางการเดินสาย
SITE
BEFORE SYSTEM DESIGN Site Survey ไม่ใช่แค่ดูว่า “หลังคาวางแผงได้กี่แผง” การออกแบบ Solar ควรพิจารณาทั้งพื้นที่ติดตั้ง สภาพหลังคา เงาบัง ระบบไฟฟ้าเดิม ข้อมูลการใช้ไฟ ตำแหน่งอุปกรณ์ และข้อจำกัดของหน้างานร่วมกัน ก่อนกำหนดขนาดระบบและรายละเอียดการติดตั้ง
01
ROOF & INSTALLATION AREA หลังคาและพื้นที่ติดตั้ง
ตรวจสอบพื้นที่ที่สามารถติดตั้งแผง รูปแบบหลังคา สภาพพื้นผิว สิ่งกีดขวาง และข้อจำกัดของพื้นที่ เพื่อใช้วาง Layout เบื้องต้น
✓ พื้นที่ที่สามารถใช้ติดตั้งได้จริง
✓ รูปแบบและสภาพของหลังคา
✓ จุดที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือเว้นพื้นที่
02
SHADING & SUN EXPOSURE แสงแดดและเงาบัง
ตรวจสอบอาคาร ต้นไม้ อุปกรณ์บนหลังคา หรือสิ่งกีดขวาง ที่อาจทำให้เกิดเงาบนพื้นที่ติดตั้ง ในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง
✓ ทิศทางของพื้นที่ติดตั้ง
✓ สิ่งปลูกสร้างและต้นไม้โดยรอบ
✓ จุดที่อาจเกิดเงาบังบนแผง
03
ELECTRICAL SYSTEM ระบบไฟฟ้าเดิม
ตรวจสอบระบบไฟของสถานที่ เช่น 1 Phase หรือ 3 Phase ตู้ไฟ จุดเชื่อมต่อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบ Solar
✓ รูปแบบระบบไฟฟ้าเดิม
✓ ตำแหน่งตู้ไฟและจุดเชื่อมต่อ
✓ พื้นที่สำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
04
LOAD & ENERGY PROFILE ข้อมูลการใช้ไฟ
ข้อมูลค่าไฟและการใช้พลังงาน ช่วยให้ประเมินรูปแบบ Load โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดขนาดระบบ
✓ ข้อมูลการใช้ไฟย้อนหลัง
✓ ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟหลัก
✓ Load ที่ใช้งานในช่วงกลางวัน
05
INVERTER LOCATION ตำแหน่งติดตั้ง Inverter
ต้องกำหนดตำแหน่ง Inverter และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากแบบระบบ สภาพพื้นที่ การเข้าถึงเพื่อดูแล และเงื่อนไขการติดตั้งของอุปกรณ์
✓ พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์
✓ สภาพแวดล้อมของจุดติดตั้ง
✓ การเข้าถึงสำหรับตรวจสอบและดูแล
06
CABLE ROUTE & SYSTEM PATH แนวเดินสายและการเชื่อมต่อ
วางแนวทางเดินสายจากพื้นที่แผง ไปยัง Inverter และระบบไฟฟ้า พร้อมพิจารณาระยะทาง จุดผ่านสาย และข้อจำกัดของอาคาร
✓ เส้นทางจากแผงไปยัง Inverter
✓ เส้นทางจาก Inverter ไปยังระบบไฟ
✓ จุดผ่านสายและข้อจำกัดของพื้นที่
SOLAR SITE SURVEY FLOW จากข้อมูลหน้างาน ไปสู่การออกแบบระบบ การสำรวจช่วยรวบรวมข้อมูล ที่จำเป็นก่อนกำหนด Layout ขนาดระบบ อุปกรณ์ และขอบเขตงานติดตั้ง
STEP 01 ตรวจข้อมูลการใช้ไฟ ค่าไฟ • Load • ช่วงเวลาการใช้งาน
STEP 02 สำรวจพื้นที่ติดตั้ง หลังคา • พื้นที่ • สิ่งกีดขวาง
STEP 03 ตรวจแสงและเงาบัง ทิศทาง • เงา • Layout เบื้องต้น
STEP 04 ตรวจระบบไฟเดิม Phase • ตู้ไฟ • จุดเชื่อมต่อ
STEP 05 กำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ Inverter • อุปกรณ์ • แนวเดินสาย
STEP 06 ออกแบบระบบ System Size • Layout • Equipment
ROOF & STRUCTURE เรื่องหลังคา ไม่ควรดูเฉพาะพื้นที่ว่าง การมีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางแผง ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสรุปการติดตั้งได้ทันที ควรตรวจสภาพหลังคา รูปแบบโครงสร้าง จุดยึด และข้อจำกัดของอาคาร ตามความเหมาะสมของหน้างาน
✓ ตรวจสภาพและประเภทของหลังคา
✓ ตรวจพื้นที่และตำแหน่งที่ต้องการติดตั้ง
✓ ประเด็นด้านโครงสร้างควรได้รับการประเมินตามความเหมาะสมของโครงการ
ELECTRICAL & CONNECTION ระบบไฟเดิม เป็นอีกส่วนที่ต้องตรวจให้ครบ ก่อนสรุป Inverter และรายละเอียดการเชื่อมต่อ ต้องทราบข้อมูลของระบบไฟฟ้าเดิม จุดเชื่อมต่อ และตำแหน่งอุปกรณ์ เพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับระบบของสถานที่
✓ ตรวจ 1 Phase / 3 Phase และระบบไฟที่เกี่ยวข้อง
✓ ตรวจตู้ไฟและจุดเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง
✓ ออกแบบอุปกรณ์ป้องกันและการเชื่อมต่อตามระบบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
!
ขนาดระบบ Solar ที่เหมาะสม ควรสรุปหลังจากเห็นทั้ง “ข้อมูลการใช้ไฟ” และ “หน้างาน” ค่าไฟหรือจำนวนแผงเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอสำหรับสรุปขนาดและรูปแบบของระบบ เพราะพื้นที่ติดตั้ง เงาบัง ระบบไฟเดิม ตำแหน่งอุปกรณ์ แนวเดินสาย และข้อจำกัดของอาคาร สามารถส่งผลต่อการออกแบบได้ทั้งหมด
เมื่อมีข้อมูลการใช้ไฟและข้อมูลหน้างานครบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจความพร้อมก่อนเลือกระบบ ต่อไป: Checklist ก่อนตัดสินใจติดตั้ง Solar →
SOLAR INSTALLATION CHECKLIST

Checklist ก่อนตัดสินใจ
ติดตั้ง Solar

ก่อนเลือกระบบจากราคา จำนวนแผง หรือขนาด kW เพียงอย่างเดียว ลองตรวจสอบข้อมูลสำคัญเหล่านี้ เพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับการใช้ไฟ และสภาพหน้างานจริง
✓
BEFORE REQUESTING A SOLAR SYSTEM ไม่จำเป็นต้องรู้ก่อนว่า “ต้องติดกี่ kW” — แต่ควรรู้ว่าต้องการให้ Solar ช่วยเรื่องอะไร หากเตรียมข้อมูลการใช้ไฟ ลักษณะพื้นที่ และเป้าหมายของระบบไว้ก่อน จะช่วยให้การสำรวจและออกแบบระบบ Solar มีข้อมูลประกอบที่ชัดเจนมากขึ้น
01
ELECTRICITY USAGE ค่าไฟและการใช้พลังงาน ค่าไฟเท่าไร และใช้ไฟช่วงไหนเป็นหลัก? ข้อมูลค่าไฟย้อนหลังช่วยให้เห็นภาพการใช้พลังงาน แต่การออกแบบควรดูรูปแบบการใช้ไฟ โดยเฉพาะ Load ในช่วงกลางวันร่วมด้วย ไม่ควรพิจารณาจากยอดค่าไฟเพียงอย่างเดียว
02
DAYTIME LOAD Load ช่วงกลางวัน ช่วงที่ Solar ผลิตไฟ มีอุปกรณ์อะไรใช้งานอยู่? บ้าน สำนักงาน ร้านค้า และโรงงานมีรูปแบบการใช้ไฟแตกต่างกัน การทราบว่า Load ใดทำงานในช่วงกลางวัน ช่วยประกอบการกำหนดขนาดระบบให้เหมาะสม
03
ROOF & INSTALLATION AREA หลังคาและพื้นที่ติดตั้ง มีพื้นที่สำหรับติดตั้งแผงมากน้อยเพียงใด? ควรดูทั้งพื้นที่ว่าง รูปแบบหลังคา สภาพพื้นที่ สิ่งกีดขวาง และความเหมาะสมของตำแหน่งติดตั้ง ไม่ใช่พิจารณาจากพื้นที่รวมเพียงอย่างเดียว
04
ELECTRICAL SYSTEM ระบบไฟ 1 Phase / 3 Phase ระบบไฟเดิมของสถานที่เป็นแบบใด? ข้อมูลระบบไฟเดิม เป็นส่วนหนึ่งในการเลือก Inverter และออกแบบการเชื่อมต่อ โดยรายละเอียดต้องพิจารณาร่วมกับ ขนาดและรูปแบบของระบบที่ออกแบบ
05
SYSTEM OBJECTIVE เป้าหมายของระบบ ต้องการลดการซื้อไฟช่วงกลางวัน หรือมีความต้องการอื่นเพิ่มเติม? ควรกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัด เช่น ต้องการใช้พลังงาน Solar กับ Load กลางวันเป็นหลัก หรือมีความต้องการด้านการสำรองพลังงาน ซึ่งอาจต้องใช้รูปแบบระบบและอุปกรณ์ต่างกัน
06
FUTURE LOAD การใช้ไฟในอนาคต มีแผนเพิ่มเครื่องจักร แอร์ EV Charger หรือ Load อื่นหรือไม่? หากมีแผนเพิ่มการใช้พลังงานในอนาคต ควรแจ้งตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อให้สามารถพิจารณาภาพรวม และแนวทางรองรับการเปลี่ยนแปลงของ Load ได้เหมาะสม
07
EQUIPMENT & WARRANTY อุปกรณ์และการรับประกัน ใบเสนอราคาระบุอุปกรณ์และขอบเขตการรับประกันชัดเจนหรือไม่? ควรตรวจสอบรุ่นและรายละเอียดของแผง Inverter อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขการรับประกัน และขอบเขตบริการหลังการขายของผู้ให้บริการ
08
SCOPE OF WORK ขอบเขตงานติดตั้ง ราคาที่ได้รับ ครอบคลุมงานอะไรบ้าง? การเปรียบเทียบระบบ Solar ควรดูทั้งอุปกรณ์ งานติดตั้ง งานเดินสาย อุปกรณ์ประกอบ การทดสอบ การส่งมอบ และบริการที่รวมอยู่ในขอบเขตงาน
FINAL CHECK ก่อนเลือก Solar ลองตอบ 4 คำถามนี้ ถ้าตอบได้ครบ จะช่วยให้การพูดคุยกับผู้ติดตั้ง และการออกแบบระบบมีโจทย์ที่ชัดเจนขึ้น
01
เราใช้ไฟมากในช่วงเวลาไหน? โดยเฉพาะ Load ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน
02
ต้องการให้ Solar ช่วยอะไร? ลดการซื้อไฟช่วงกลางวัน หรือมีความต้องการด้านพลังงานอื่นเพิ่มเติม
03
หน้างานติดตั้งมีข้อจำกัดอะไร? หลังคา • พื้นที่ • เงาบัง • ระบบไฟ • แนวเดินสาย
04
ระบบที่เสนอครอบคลุมอะไรบ้าง? อุปกรณ์ • Installation • Warranty • Handover • After Sales
GRID-TIED SOLAR “ติด Solar แล้วไฟดับ ยังมีไฟใช้หรือไม่?” ระบบ Solar แบบเชื่อมต่อโครงข่ายทั่วไป ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นระบบสำรองไฟโดยอัตโนมัติ เพราะการทำงานเมื่อไฟจากโครงข่ายขัดข้อง ขึ้นอยู่กับประเภท Inverter รูปแบบระบบ อุปกรณ์ และการออกแบบที่รองรับ
BACKUP / ENERGY STORAGE หากต้องการสำรองไฟ ควรแจ้งตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ หากมีความต้องการใช้พลังงานสำรอง หรือระบบ Battery ควรระบุ Load ที่ต้องการสำรอง ระยะเวลาการใช้งานที่ต้องการ และรูปแบบการทำงาน เพื่อเลือกแนวทางระบบและอุปกรณ์ให้เหมาะสม
!
อย่าเปรียบเทียบ Solar จาก “ราคา / kW” เพียงตัวเลขเดียว ระบบที่มีขนาด kW เท่ากัน อาจแตกต่างกันได้ทั้ง Layout อุปกรณ์ รายละเอียดการติดตั้ง ขอบเขตงาน การรับประกัน และความเหมาะสมกับ Load ของสถานที่ ดังนั้นควรเปรียบเทียบทั้งระบบและขอบเขตงานร่วมกัน
เมื่อมีข้อมูลพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำข้อมูลทั้งหมดมาออกแบบเป็นระบบ Solar ที่เหมาะกับหน้างาน ต่อไป: TBS Solar Solution — จากสำรวจหน้างานสู่การติดตั้ง →
TBS SOLAR SOLUTION

จากข้อมูลการใช้ไฟและหน้างาน
สู่การออกแบบระบบ Solar

TBS ดูแลตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ออกแบบระบบ เลือกอุปกรณ์ ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบตามขอบเขตของแต่ละโครงการ
TBS
SYSTEM DESIGN APPROACH เริ่มจาก “การใช้ไฟจริง + สภาพหน้างาน” ก่อนสรุปขนาดและอุปกรณ์ ขนาด Solar ที่เหมาะสมไม่ควรสรุปจากค่าไฟ หรือจำนวนแผงเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณา Load โดยเฉพาะช่วงกลางวัน พื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟเดิม เงาบัง และเป้าหมายของระบบร่วมกัน
01
SITE SURVEY สำรวจหน้างาน
ตรวจพื้นที่ติดตั้ง สภาพหน้างาน เงาบัง ระบบไฟเดิม ตำแหน่งอุปกรณ์ และแนวทางเดินสายที่เกี่ยวข้อง
02
LOAD ANALYSIS & SYSTEM DESIGN วิเคราะห์และออกแบบระบบ
พิจารณาข้อมูลการใช้ไฟ Load ในช่วงกลางวัน พื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟ และวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อกำหนดแนวทางระบบเบื้องต้น
03
EQUIPMENT เลือกอุปกรณ์
เลือกแผง Solar Inverter และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับรูปแบบระบบ หน้างาน และขอบเขตของโครงการ
04
INSTALLATION ติดตั้งระบบ
ดำเนินงานติดตั้งแผง อุปกรณ์ ระบบสาย และส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามแบบและขอบเขตงานของโครงการ
05
TEST & COMMISSION ทดสอบระบบ
ตรวจสอบการทำงานของระบบ และอุปกรณ์ที่ติดตั้ง ตามรายละเอียดและขอบเขต ของระบบที่ออกแบบไว้
06
HANDOVER ส่งมอบงาน
ส่งมอบระบบ พร้อมอธิบายการใช้งาน และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ตามอุปกรณ์และขอบเขตงานที่ติดตั้ง
SYSTEM DESIGN CONSIDERATIONS สิ่งที่นำมาพิจารณา ในการออกแบบ Solar รายละเอียดจริงของแต่ละโครงการ อาจแตกต่างกันตามการใช้งาน พื้นที่ และระบบไฟเดิม
✓ ข้อมูลการใช้ไฟและ Load ช่วงกลางวัน
✓ พื้นที่ติดตั้งและ Layout ของแผง
✓ ทิศทาง แสงแดด และเงาบัง
✓ ระบบไฟ 1 Phase / 3 Phase
✓ ตำแหน่ง Inverter และแนวเดินสาย
✓ เป้าหมายระบบและการใช้ไฟในอนาคต
START YOUR SOLAR PROJECT มีค่าไฟและข้อมูลหน้างานแล้ว? ให้ TBS ช่วยประเมินแนวทางระบบ
* ขนาดระบบ อุปกรณ์ รูปแบบการเชื่อมต่อ ขอบเขตงาน และผลลัพธ์ด้านพลังงาน ขึ้นอยู่กับข้อมูลการใช้ไฟ สภาพหน้างาน ระบบไฟเดิม และรายละเอียดของแต่ละโครงการ
SOLAR CELL GUIDE • SUMMARY

เลือก Solar ให้เหมาะ
เริ่มจากการใช้ไฟจริง

Solar ที่เหมาะกับแต่ละสถานที่ ไม่ได้ตัดสินจากขนาด kW ที่มากที่สุด หรือจำนวนแผงที่มากที่สุด แต่ควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง การใช้พลังงาน พื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟ และเป้าหมายของผู้ใช้งาน
01 START WITH ENERGY USE เริ่มจากพฤติกรรมการใช้ไฟ ดูทั้งข้อมูลการใช้ไฟย้อนหลัง และช่วงเวลาที่ใช้พลังงาน โดยเฉพาะ Load กลางวัน เพื่อให้การกำหนดขนาดระบบ มีข้อมูลที่สัมพันธ์กับการใช้งานจริง
02 SIZE FOR THE SITE ขนาดใหญ่กว่า ไม่ได้เหมาะกว่าเสมอไป ขนาดระบบควรสัมพันธ์กับ Load พื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟ และวัตถุประสงค์ เพราะพลังงานที่ผลิตได้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะถูกใช้ประโยชน์ ในรูปแบบเดียวกันทุกสถานที่
03 SURVEY BEFORE DESIGN สำรวจหน้างานก่อนสรุประบบ หลังคา พื้นที่ เงาบัง ระบบไฟเดิม ตำแหน่ง Inverter และแนวเดินสาย ล้วนเป็นข้อมูลที่ควรนำมาพิจารณา ก่อนสรุป Layout อุปกรณ์ และขอบเขตงานติดตั้ง
!
Solar ที่เหมาะสม ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “ติดได้กี่ kW?” เพียงอย่างเดียว คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนคือ “ใช้ไฟเมื่อไร ใช้มากแค่ไหน มีพื้นที่ติดตั้งแบบใด ระบบไฟเดิมเป็นอย่างไร และต้องการให้ Solar ช่วยเรื่องอะไร” จากนั้นจึงนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการออกแบบ ขนาดระบบและอุปกรณ์ให้เหมาะกับหน้างาน
PROJECT CONSULTATION กำลังวางแผนติดตั้ง Solar Cell สำหรับบ้าน สำนักงาน หรือธุรกิจ? TBS ให้บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบ Solar โดยพิจารณาจากการใช้ไฟ พื้นที่ติดตั้ง ระบบไฟเดิม และความต้องการของแต่ละโครงการ
THE BEST SYSTEMS (THAILAND) CO., LTD. • KNOWLEDGE CENTER SOLAR CELL SOLUTION • ดูบริการ Solar Cell →
Visitors: 2,332