TBS KNOWLEDGE CENTER • LPR SYSTEM GUIDE

ระบบ LPR คืออะไร?
ช่วยบริหารรถเข้า–ออกโครงการได้อย่างไร

ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถสามารถนำข้อมูลทะเบียน มาใช้ประกอบการตรวจสอบสิทธิ์และจัดการรถเข้า–ออก โดยอาจทำงานร่วมกับ Barrier Gate ระบบผู้มาติดต่อ หรือระบบอื่น ตามการออกแบบของแต่ละโครงการ
LPR SYSTEM GUIDE หมู่บ้าน • อาคาร • โรงงาน TBS Knowledge Center
LPR Camera License Plate Barrier Gate Vehicle Access Visitor
ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถ LPR และ Barrier Gate สำหรับบริหารรถเข้าออกโครงการ
LPR SYSTEM PLANNING GUIDE เริ่มจาก Vehicle Flow และรูปแบบการตรวจสอบสิทธิ์ ก่อนเลือกกล้องและออกแบบระบบ
THE BEST SYSTEMS (THAILAND) CO., LTD. SECURITY • AUTOMATION • ENERGY
LPR SYSTEM BASICS

LPR คืออะไร และทำหน้าที่อะไร?

LPR (License Plate Recognition) คือระบบที่ใช้ภาพจากกล้องเพื่ออ่านข้อมูลป้ายทะเบียนรถ และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบการบันทึกเหตุการณ์ ตรวจสอบข้อมูล หรือควบคุมกระบวนการรถเข้า–ออก ตามรูปแบบของระบบที่ออกแบบไว้
BASIC PRINCIPLE LPR เปลี่ยน “ภาพป้ายทะเบียน” ให้เป็นข้อมูลที่ระบบสามารถนำไปใช้งานต่อได้ เมื่อตรวจพบรถในตำแหน่งที่กำหนด ระบบสามารถใช้ภาพจากกล้องสำหรับอ่านข้อมูลทะเบียน จากนั้นข้อมูลจึงถูกนำไปตรวจสอบ บันทึก หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการควบคุมรถเข้า–ออก ตามการตั้งค่าและการเชื่อมต่อของระบบ
LICENSE PLATE → DATA
CAM 01 • CAPTURE บันทึกภาพรถและป้ายทะเบียน กล้องถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ออกแบบไว้ เพื่อให้ได้ภาพรถและบริเวณป้ายทะเบียน สำหรับนำไปประมวลผลต่อ
LPR 02 • RECOGNIZE อ่านข้อมูลป้ายทะเบียน ระบบประมวลผลภาพเพื่ออ่านข้อมูลทะเบียน โดยผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับภาพ สภาพแสง มุมกล้อง ตำแหน่งรถ และการตั้งค่าของระบบ
DATA 03 • VERIFY ตรวจสอบข้อมูลหรือสิทธิ์ ข้อมูลทะเบียนที่อ่านได้ อาจถูกนำไปเปรียบเทียบกับรายการที่กำหนดไว้ หรือใช้ร่วมกับเงื่อนไขอื่น ตามการออกแบบของโครงการ
ACT 04 • ACTION บันทึก Event หรือสั่งงานระบบ หลังจากตรวจสอบเงื่อนไขแล้ว ระบบอาจบันทึกเหตุการณ์ แสดงข้อมูล หรือส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์อื่น เช่น Barrier Gate ตามขอบเขตที่ออกแบบไว้
CONCEPTUAL LPR SYSTEM FLOW จากรถที่เข้ามา → สู่ข้อมูลและการทำงานของระบบ
STEP 01 Vehicle รถเข้าสู่จุดตรวจ
→
STEP 02 LPR Camera รับภาพรถและป้าย
→
STEP 03 Plate Data อ่านข้อมูลทะเบียน
→
STEP 04 Verify ตรวจสอบข้อมูล / เงื่อนไข
→
STEP 05 Action / Event บันทึกหรือสั่งงานตามระบบ
!
LPR Camera ไม่ได้หมายความว่า Barrier Gate จะเปิดอัตโนมัติทุกครั้ง การเปิดไม้กั้นขึ้นอยู่กับ Logic และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระบบ เช่น ข้อมูลทะเบียน สิทธิ์ของรถ รูปแบบผู้ใช้งาน การเชื่อมต่อกับ Controller หรือกระบวนการอนุมัติอื่นของแต่ละโครงการ ดังนั้น LPR ควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Vehicle Access มากกว่าการมองเฉพาะตัวกล้อง
ต่อไป: ระบบ LPR เหมาะกับพื้นที่แบบไหน? →
LPR APPLICATIONS

ระบบ LPR เหมาะกับ พื้นที่แบบไหน?

LPR สามารถนำมาใช้กับพื้นที่ที่ต้องการบันทึก ตรวจสอบ หรือจัดการรถเข้า–ออก แต่รูปแบบระบบที่เหมาะสมควรพิจารณาจากประเภทผู้ใช้งาน จำนวนช่องทาง วิธีตรวจสอบสิทธิ์ และกระบวนการเข้า–ออกของแต่ละพื้นที่
APPLICATION PRINCIPLE ไม่ได้เลือก LPR จาก “ประเภทอาคาร” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าเราต้องการจัดการรถอย่างไร โครงการประเภทเดียวกันอาจมี Vehicle Flow แตกต่างกันได้ เช่น บางแห่งมีเฉพาะรถสมาชิก บางแห่งมี Visitor จำนวนมาก หรือมีรถขนส่งเข้า–ออกเป็นประจำ จึงควรออกแบบระบบจากรูปแบบการใช้งานจริง ก่อนเลือกอุปกรณ์และวิธีเชื่อมต่อ
VEHICLE FLOW FIRST
HOME 01
VILLAGE หมู่บ้านและโครงการที่อยู่อาศัย สามารถใช้ข้อมูลทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการ รถลูกบ้านและรถผู้มาติดต่อ รวมถึงบันทึกข้อมูลรถเข้า–ออก ตามรูปแบบระบบของโครงการ จุดที่ควรพิจารณา รถลูกบ้าน • Visitor • ทางเข้า–ออก • Barrier Gate
CONDO 02
CONDOMINIUM คอนโดและอาคารพักอาศัย เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการแยกรูปแบบการใช้งาน ระหว่างรถของผู้พักอาศัย ผู้มาติดต่อ และผู้ให้บริการ ตามเงื่อนไขของอาคาร จุดที่ควรพิจารณา Resident • Visitor • Parking • Access Policy
OFFICE 03
OFFICE & BUILDING สำนักงานและอาคาร สามารถนำ LPR มาใช้ประกอบการจัดการ รถพนักงาน รถผู้มาติดต่อ หรือรถที่ได้รับอนุญาต ตามสิทธิ์และขั้นตอนของพื้นที่ จุดที่ควรพิจารณา Employee • Visitor • Authorized Vehicle • Parking
FACTORY 04
FACTORY & WAREHOUSE โรงงานและคลังสินค้า สามารถใช้สำหรับบันทึกหรือจัดการ รถพนักงาน รถขนส่ง รถผู้รับเหมา และรถผู้มาติดต่อ ตามกระบวนการของแต่ละพื้นที่ จุดที่ควรพิจารณา Staff • Logistics • Contractor • Visitor
PARK 05
PARKING AREA ลานจอดรถและพื้นที่จอดรถ LPR สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบ การบันทึกรถเข้า–ออก หรือเชื่อมกับกระบวนการบริหารพื้นที่จอดรถ ตามระบบที่เลือกใช้งาน จุดที่ควรพิจารณา Entry • Exit • Parking Record • System Integration
CTRL 06
CONTROLLED AREA พื้นที่ควบคุมรถเข้า–ออก เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการกำหนดเงื่อนไข สำหรับรถบางประเภท หรือบันทึกข้อมูลรถที่ผ่านจุดควบคุม ตามนโยบายของพื้นที่ จุดที่ควรพิจารณา Authorization • Vehicle Record • Access Rule • Integration
SYSTEM DESIGN PRINCIPLE พื้นที่เหมือนกัน ระบบอาจไม่เหมือนกัน ก่อนกำหนดกล้อง LPR และอุปกรณ์ ควรวิเคราะห์รูปแบบรถเข้า–ออก และเงื่อนไขการใช้งานของพื้นที่จริง
01 USER TYPES ใครบ้างที่ใช้ช่องทาง เช่น สมาชิก พนักงาน Visitor หรือรถขนส่ง
02 ENTRY / EXIT LANES จำนวนช่องทาง ทิศทางรถ และรูปแบบทางเข้า–ออก
03 VEHICLE FLOW ตำแหน่งรถ ความเร็วโดยสภาพหน้างาน จุดหยุด และลำดับการผ่านระบบ
04 ACCESS METHOD ใช้ทะเบียนเพียงอย่างเดียว หรือทำงานร่วมกับวิธีตรวจสอบสิทธิ์อื่น
05 EXISTING SYSTEM ตรวจสอบ Barrier Gate Controller ระบบเดิม และการเชื่อมต่อที่ต้องการ
06 VISITOR FLOW กำหนดขั้นตอนสำหรับรถที่ไม่ได้ลงทะเบียน และวิธีอนุมัติตามระบบของโครงการ
✓
จุดสำคัญไม่ใช่แค่ “ติด LPR ที่ไหน” แต่คือ “ต้องการให้ระบบจัดการรถแต่ละประเภทอย่างไร” รถสมาชิก รถพนักงาน รถขนส่ง และรถผู้มาติดต่อ อาจต้องใช้เงื่อนไขการเข้า–ออกแตกต่างกัน การออกแบบ Vehicle Flow และ Access Logic ก่อนเลือกอุปกรณ์ จึงช่วยให้ระบบสอดคล้องกับการใช้งานของโครงการมากขึ้น
ต่อไป: รถสมาชิกและรถผู้มาติดต่อ ใช้ LPR ต่างกันอย่างไร? →
REGISTERED VEHICLE & VISITOR

รถสมาชิกและรถผู้มาติดต่อ ใช้ LPR ต่างกันอย่างไร?

รถที่ลงทะเบียนไว้กับระบบและรถผู้มาติดต่อ มีข้อมูลและเงื่อนไขการเข้า–ออกแตกต่างกัน ดังนั้นการออกแบบ LPR ควรกำหนด Flow ของผู้ใช้งานแต่ละประเภทให้ชัดเจน ก่อนกำหนด Logic การอนุญาตและการทำงานของอุปกรณ์
ACCESS FLOW PRINCIPLE กล้อง LPR อาจเป็นตัวเดียวกัน แต่ “เงื่อนไขหลังอ่านทะเบียน” ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เมื่อระบบอ่านทะเบียนได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับว่ารถคันนั้นเป็นใคร มีข้อมูลอยู่ในระบบหรือไม่ และโครงการกำหนดสิทธิ์การเข้า–ออกไว้อย่างไร จึงควรแยก Registered Vehicle และ Visitor Vehicle ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
DIFFERENT USER • DIFFERENT FLOW
REG REGISTERED VEHICLE รถที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ
เช่น รถลูกบ้าน รถพนักงาน หรือรถที่ได้รับสิทธิ์ไว้ล่วงหน้า ระบบสามารถนำทะเบียนที่อ่านได้ ไปตรวจสอบกับข้อมูลและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ก่อนดำเนินการขั้นตอนถัดไป
EXAMPLE FLOW 1 รถเข้าสู่จุดตรวจ และอยู่ในตำแหน่งที่ระบบออกแบบไว้ 2 LPR อ่านข้อมูลทะเบียน จากภาพที่ได้รับ 3 ตรวจสอบข้อมูลและสิทธิ์ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในระบบ 4 ดำเนินการตาม Logic เช่น บันทึก Event หรือส่งคำสั่งไปยังระบบที่เชื่อมต่อ
VIS VISITOR VEHICLE รถผู้มาติดต่อ
รถผู้มาติดต่ออาจยังไม่มีสิทธิ์ถาวรอยู่ในระบบ จึงอาจต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น การลงทะเบียนล่วงหน้า การตรวจสอบข้อมูล หรือการอนุมัติตามกระบวนการของโครงการ
EXAMPLE FLOW 1 รถผู้มาติดต่อเข้าสู่จุดตรวจ หรือมีข้อมูลลงทะเบียนล่วงหน้า 2 LPR อ่านข้อมูลทะเบียน เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ 3 ตรวจสอบ / อนุมัติ ตาม Visitor Flow ที่โครงการกำหนด 4 บันทึกหรือดำเนินการต่อ ตามเงื่อนไขและระบบที่เชื่อมต่อ
ACCESS FLOW COMPARISON จุดที่แตกต่างระหว่างรถที่ลงทะเบียน และรถผู้มาติดต่อ
หัวข้อ REGISTERED VEHICLE VISITOR VEHICLE
ข้อมูลในระบบ โดยทั่วไปมีข้อมูลทะเบียน หรือสิทธิ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า อาจยังไม่มีข้อมูลถาวร หรือมีข้อมูลจากการลงทะเบียนล่วงหน้า
การตรวจสอบ เปรียบเทียบทะเบียนกับข้อมูล และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ อาจต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม หรือผ่านขั้นตอนอนุมัติ
ขั้นตอนใช้งาน สามารถออกแบบให้มี Flow สำหรับผู้ใช้ประจำ มักต้องกำหนด Visitor Flow ให้เหมาะกับกระบวนการของพื้นที่
การสั่งงาน ดำเนินการตาม Logic เมื่อผ่านเงื่อนไขที่กำหนด ดำเนินการหลังผ่านขั้นตอน ตรวจสอบหรืออนุมัติตามระบบ
การบันทึกข้อมูล สามารถบันทึก Event ตามความสามารถและการตั้งค่าของระบบ สามารถบันทึกข้อมูลการเข้า–ออก ตาม Visitor Process ที่ออกแบบไว้
BEFORE SYSTEM DESIGN ก่อนออกแบบ Flow ควรตอบคำถามอะไรให้ชัด? การแบ่งผู้ใช้งานให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ช่วยกำหนดได้ว่าหลังจาก LPR อ่านทะเบียนแล้ว ระบบควรตรวจสอบอะไร และดำเนินการขั้นตอนใดต่อไป
01 • USER TYPE รถประเภทใดบ้าง? ลูกบ้าน พนักงาน ผู้มาติดต่อ รถขนส่ง หรือผู้รับเหมา
02 • DATABASE มีข้อมูลอะไรอยู่แล้ว? ทะเบียนรถ สิทธิ์ผู้ใช้งาน หรือข้อมูลลงทะเบียนล่วงหน้า
03 • APPROVAL ใครเป็นผู้อนุมัติ? ระบบตรวจสอบตามเงื่อนไข หรือมีกระบวนการอนุมัติอื่น ตามรูปแบบโครงการ
04 • ACTION ผ่านแล้วให้ทำอะไร? บันทึกข้อมูล แสดงผล หรือส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์ ที่เชื่อมต่อ
✓
LPR ไม่ควรทำหน้าที่ตัดสินสิทธิ์เพียงจาก “การอ่านป้ายทะเบียนได้” เท่านั้น การอ่านทะเบียนคือการได้ข้อมูลจากรถ ส่วนการอนุญาตให้ผ่านควรเป็นผลจาก Logic และเงื่อนไขที่ระบบกำหนดไว้ เช่น ทะเบียนอยู่ในรายการที่อนุญาตหรือไม่ สิทธิ์ยังใช้งานได้หรือไม่ เป็นรถประเภทใด หรือ Visitor ผ่านขั้นตอนที่กำหนดแล้วหรือยัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและการออกแบบของระบบแต่ละโครงการ
ต่อไป: LPR + Barrier Gate ทำงานร่วมกันอย่างไร? →
LPR + BARRIER GATE

LPR + Barrier Gate ทำงานร่วมกันอย่างไร?

ในระบบควบคุมรถเข้า–ออก กล้อง LPR และ Barrier Gate ทำหน้าที่คนละส่วนกัน โดย LPR ใช้สำหรับอ่านข้อมูลทะเบียน ขณะที่การอนุญาตและการสั่งเปิดไม้กั้น ขึ้นอยู่กับ Logic เงื่อนไข และการเชื่อมต่อที่ออกแบบไว้ในแต่ละโครงการ
SYSTEM PRINCIPLE “อ่านทะเบียนได้” กับ “อนุญาตให้รถผ่าน” เป็นคนละขั้นตอน หลังจาก LPR อ่านข้อมูลทะเบียนได้แล้ว ระบบยังต้องนำข้อมูลไปตรวจสอบตามเงื่อนไขที่กำหนด หากผ่านเงื่อนไข จึงดำเนินการตาม Logic ของระบบ เช่น ส่งคำสั่งไปยัง Barrier Gate หรือบันทึกเหตุการณ์ตามขอบเขตที่ออกแบบไว้
READ → VERIFY → ACTION
CONCEPTUAL SYSTEM FLOW ตัวอย่างลำดับการทำงานของ LPR + Barrier Gate ลำดับจริงอาจแตกต่างกันตามอุปกรณ์ Controller ซอฟต์แวร์ และเงื่อนไขของแต่ละโครงการ
STEP 01 Vehicle Arrives รถเข้าสู่ตำแหน่ง ที่ออกแบบไว้สำหรับการอ่านป้าย
→
STEP 02 LPR Camera รับภาพรถ และอ่านข้อมูลป้ายทะเบียน
→
STEP 03 Verify ตรวจสอบทะเบียน และเงื่อนไขที่กำหนด
→
STEP 04 Control Logic ระบบประมวลผล ว่าควรดำเนินการอย่างไร
→
STEP 05 Barrier Action ส่งคำสั่งไปยังไม้กั้น เมื่อผ่านเงื่อนไข
→
STEP 06 Vehicle Passes รถผ่านจุดควบคุม ตามกระบวนการของระบบ
SYSTEM COMPONENTS แต่ละส่วนของระบบทำหน้าที่อะไร? การแยกหน้าที่ของแต่ละอุปกรณ์ให้ชัด ช่วยให้เข้าใจว่าระบบ LPR ไม่ได้ทำงานแทน Barrier Gate หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่นทั้งหมด
LPR LICENSE PLATE RECOGNITION LPR Camera รับภาพรถและป้ายทะเบียน เพื่อนำข้อมูลทะเบียน ไปใช้ในกระบวนการตรวจสอบของระบบ
LOGIC VERIFY & CONTROL ระบบตรวจสอบ / Logic ตรวจสอบข้อมูลทะเบียน สิทธิ์ หรือเงื่อนไขอื่น และกำหนดการทำงานขั้นต่อไป ตามระบบที่ออกแบบไว้
GATE PHYSICAL ACCESS Barrier Gate ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์กั้นช่องทางรถ และรับคำสั่งเปิด–ปิด ตามรูปแบบการควบคุมของระบบ
DET VEHICLE DETECTION อุปกรณ์ตรวจจับรถ อาจใช้สำหรับตรวจสอบตำแหน่ง หรือสถานะการมีรถในจุดที่กำหนด ตามอุปกรณ์และ Logic ที่เลือกใช้ในโครงการ
EXAMPLE A • CONDITION PASSED เมื่อทะเบียนผ่านเงื่อนไข หากข้อมูลทะเบียนและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ผ่านตาม Logic ที่กำหนดไว้ ระบบสามารถดำเนินการขั้นต่อไป ตามการออกแบบของโครงการ
อ่านทะเบียน → ตรวจสอบ → ผ่านเงื่อนไข → ดำเนินการตาม Logic
EXAMPLE B • CONDITION NOT MET เมื่อข้อมูลยังไม่ผ่านเงื่อนไข หากไม่พบทะเบียนในข้อมูลที่อนุญาต หรือยังไม่ผ่านเงื่อนไขของระบบ สามารถออกแบบให้เข้าสู่ขั้นตอนอื่น เช่น Visitor Flow หรือการตรวจสอบเพิ่มเติม
อ่านทะเบียน → ตรวจสอบ → ยังไม่ผ่าน → Visitor / ตรวจสอบเพิ่ม
VEHICLE DETECTION แล้วอุปกรณ์ตรวจจับรถ เกี่ยวข้องอย่างไร? ในบางระบบอาจมีอุปกรณ์ตรวจจับรถ ทำงานร่วมกับ Barrier Gate เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการควบคุม ตามตำแหน่งและ Logic ที่ออกแบบไว้
Loop Detector อาจใช้ตรวจจับการมีรถ ในตำแหน่งที่กำหนด เมื่อระบบและหน้างานรองรับ
Photocell / Sensor อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของ การตรวจจับหรือควบคุม ตามรูปแบบอุปกรณ์และระบบ
Radar / Other Detection บางโครงการอาจใช้อุปกรณ์ ตรวจจับประเภทอื่น ตามความเหมาะสมของระบบ
Control Logic สิ่งสำคัญคือกำหนดว่า สัญญาณจากอุปกรณ์แต่ละตัว ถูกนำไปใช้ในขั้นตอนใด
✓
ระบบที่ดีไม่ใช่แค่ “กล้องอ่านทะเบียนได้” แต่ต้องออกแบบ Flow ของทั้งช่องทางให้สัมพันธ์กัน ตำแหน่งรถ จุดอ่านทะเบียน เงื่อนไขการตรวจสอบ การสั่งงาน Barrier Gate และอุปกรณ์ตรวจจับรถ ควรถูกพิจารณาร่วมกันตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ โดยอุปกรณ์ที่ใช้จริงและลำดับการทำงาน อาจแตกต่างกันตามหน้างานและขอบเขตของแต่ละโครงการ
ต่อไป: อะไรมีผลต่อความแม่นยำในการอ่านป้ายทะเบียน? →
LPR RECOGNITION FACTORS

อะไรมีผลต่อความแม่นยำ ในการอ่านป้ายทะเบียน?

ประสิทธิภาพของระบบ LPR ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของกล้องเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งติดตั้ง มุมมอง ระยะ แสง สภาพป้ายทะเบียน การเคลื่อนที่ของรถ และการตั้งค่าระบบที่เหมาะกับหน้างาน
RECOGNITION PRINCIPLE เป้าหมายไม่ใช่แค่ “เห็นรถ” แต่ต้องได้ภาพป้ายทะเบียน ที่เหมาะสำหรับการอ่าน กล้องอาจมองเห็นรถได้ชัด แต่หากป้ายทะเบียนมีขนาดเล็กเกินไปในภาพ อยู่ในมุมที่ไม่เหมาะสม ถูกแสงรบกวน หรือรถไม่ผ่านตำแหน่งที่ออกแบบไว้ ผลการอ่านทะเบียนก็อาจแตกต่างจากที่คาดหวังได้
CAMERA + SITE + VEHICLE
01 CAMERA POSITION ตำแหน่งกล้อง
ตำแหน่งติดตั้งควรสัมพันธ์กับ จุดที่รถเข้ามาในช่องทาง เพื่อให้กล้องมีโอกาสเห็นป้ายทะเบียน ในบริเวณที่ออกแบบไว้ และลดสิ่งกีดขวางที่อาจบดบังป้าย ดูทั้งตำแหน่งกล้อง และตำแหน่งรถร่วมกัน
02 ANGLE & DISTANCE มุมและระยะ
มุมที่กล้องมองเข้าหาป้าย และระยะระหว่างกล้องกับจุดอ่าน มีผลต่อรูปร่างและขนาดของป้ายในภาพ จึงควรกำหนดจากพื้นที่จริง และข้อกำหนดของอุปกรณ์ที่เลือกใช้ ไม่ควรกำหนดระยะ จากพื้นที่ว่างเพียงอย่างเดียว
03 LIGHTING สภาพแสง
แสงย้อน แสงสะท้อน เงา สภาพกลางคืน และไฟจากรถหรือบริเวณโดยรอบ สามารถทำให้ภาพป้ายเปลี่ยนไป จึงควรประเมินสภาพแสง ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตรวจสอบทั้งกลางวัน และกลางคืนเมื่อเกี่ยวข้อง
04 LICENSE PLATE สภาพป้ายทะเบียน
ป้ายที่มีสิ่งบดบัง สกปรก เสียหาย สะท้อนแสงผิดปกติ หรือมองเห็นตัวอักษรไม่ชัด อาจทำให้ระบบมีข้อมูลภาพ สำหรับการอ่านลดลง คุณภาพข้อมูลต้นทาง มีผลต่อผลลัพธ์ของระบบ
05 VEHICLE MOVEMENT การเคลื่อนที่ของรถ
ทิศทาง ตำแหน่ง และลักษณะการเคลื่อนที่ของรถ มีผลต่อช่วงเวลาที่ป้ายอยู่ในมุมมองของกล้อง จึงควรออกแบบช่องทาง ให้สัมพันธ์กับจุดอ่านของระบบ Vehicle Flow ต้องสัมพันธ์กับ Camera View
06 SYSTEM CONFIGURATION การตั้งค่าระบบ
การตั้งค่ากล้อง พื้นที่ตรวจจับ รูปแบบการทำงาน และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ควรถูกปรับให้เหมาะกับ รุ่นอุปกรณ์และสภาพหน้างานจริง ติดตั้งเสร็จแล้ว ควรทดสอบกับสถานการณ์จริง
CAMERA POSITION & VEHICLE FLOW ตำแหน่งกล้อง LPR ควรออกแบบร่วมกับเส้นทางรถ ก่อนติดตั้งควรดูว่ารถจะเข้ามาจากทิศทางใด อยู่ตำแหน่งใดเมื่ออ่านทะเบียน และป้ายทะเบียนจะปรากฏในมุมมองของกล้องอย่างไร ไม่ควรพิจารณาตำแหน่งเสากล้องแยกจากช่องทางรถ
01 • จุดอ่านทะเบียน กำหนดบริเวณที่ต้องการให้รถ อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม สำหรับการรับภาพป้าย
02 • ทิศทางกล้อง กล้องควรมองไปยังบริเวณป้าย ตามทิศทางรถ และข้อกำหนดของรุ่นที่ใช้งาน
03 • ช่องทางรถ พิจารณาความกว้างของช่องทาง แนวการเลี้ยว และตำแหน่งที่รถเคลื่อนผ่าน
04 • สิ่งกีดขวาง ตรวจสอบเสา ป้าย ต้นไม้ รถในเลนข้างเคียง หรือสิ่งที่อาจบดบังมุมมอง
LIGHTING CONDITIONS กลางวันและกลางคืน อาจให้สภาพภาพที่แตกต่างกัน
DAYTIME ช่วงกลางวัน ควรพิจารณาทิศทางแสงแดด แสงย้อน เงาจากอาคาร และการสะท้อนที่อาจเปลี่ยนไปตามเวลา โดยเฉพาะช่องทางที่รับแสงจากด้านหน้า หรือด้านหลังรถโดยตรง
NIGHTTIME ช่วงกลางคืน ควรตรวจสอบสภาพแสงจริง ไฟบริเวณทางเข้า แสงจากไฟหน้ารถ และความสามารถของกล้องรุ่นที่เลือกใช้ เพื่อปรับตำแหน่งและการตั้งค่า ให้เหมาะกับหน้างาน
COMMON SITE ISSUES ตัวอย่างปัจจัยหน้างานที่ควรตรวจสอบ
กล้องอยู่ผิดแนวกับรถ ตำแหน่งติดตั้งกับแนวรถ ไม่สัมพันธ์กับจุดที่ต้องการอ่านป้าย
ป้ายเล็กเกินไปในภาพ มุมมองกว้างหรือระยะไม่เหมาะ ทำให้รายละเอียดป้ายไม่เพียงพอ
สภาพแสงเปลี่ยนมาก ภาพกลางวันและกลางคืน อาจมีเงื่อนไขต่างกันอย่างมาก
รถไม่ผ่านจุดที่กำหนด แนววิ่งกว้างหรือการเลี้ยว อาจทำให้รถออกจากจุดอ่านที่ออกแบบไว้
มีสิ่งบดบังป้าย รถคันอื่น เสา หรือองค์ประกอบหน้างาน อาจบดบังป้ายในบางจังหวะ
เลือกอุปกรณ์ไม่ตรงงาน ควรตรวจสอบความสามารถ และข้อกำหนดของรุ่นกับหน้างานจริง
ตั้งค่าไม่เหมาะกับพื้นที่ การตั้งค่าควรสัมพันธ์ กับมุมกล้อง แสง และลักษณะการวิ่งของรถ
ไม่ทดสอบหลังติดตั้ง ควรทดสอบกับรถ และสถานการณ์ใช้งานจริง ตามขอบเขตของโครงการ
✓
ไม่ควรกำหนดความแม่นยำของ LPR จากตัวเลขเพียงค่าเดียวโดยไม่ดูเงื่อนไขหน้างาน ผลการอ่านทะเบียนจริงอาจแตกต่างกัน ตามรุ่นอุปกรณ์ ตำแหน่งติดตั้ง มุมและระยะ สภาพแสง สภาพป้าย การเคลื่อนที่ของรถ การตั้งค่า และเงื่อนไขของพื้นที่ ดังนั้นการสำรวจและทดสอบระบบกับหน้างานจริง จึงเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบ LPR
ต่อไป: ก่อนติดตั้งระบบ LPR ต้องสำรวจอะไรบ้าง? →
SITE SURVEY & SYSTEM PLANNING

ก่อนติดตั้งระบบ LPR ต้องสำรวจอะไรบ้าง?

การออกแบบระบบ LPR ควรเริ่มจากหน้างานจริง ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกกล้องเพียงอย่างเดียว เพราะจำนวนช่องทาง ทิศทางรถ จุดหยุดรถ Barrier Gate ระบบไฟฟ้า Network และขั้นตอนการอนุญาตรถเข้า–ออก ล้วนมีผลต่อรูปแบบของระบบ
SITE SURVEY PRINCIPLE สำรวจ “เส้นทางของรถ” ก่อนกำหนด “ตำแหน่งของอุปกรณ์” จุดติดตั้ง LPR Camera และ Barrier Gate ควรสัมพันธ์กับทิศทางการเข้า–ออก จุดที่รถชะลอหรือหยุด รูปแบบการตรวจสอบสิทธิ์ และอุปกรณ์เดิมที่มีอยู่ เพื่อให้ระบบแต่ละส่วนทำงานต่อเนื่องกัน
SURVEY → DESIGN → INTEGRATE
01 ENTRY & EXIT ทางเข้า–ออก
ตรวจสอบจำนวนทางเข้าและทางออก จำนวนช่องทาง รวมถึงว่าช่องทางใดใช้ร่วมกัน หรือแยกตามประเภทผู้ใช้งาน จำนวนเลน • ทางเข้า • ทางออก
02 VEHICLE DIRECTION ทิศทางการวิ่งของรถ
ดูแนวรถก่อนเข้าจุดควบคุม การเลี้ยวเข้าเลน ความกว้างของช่องทาง และตำแหน่งที่รถมักวิ่งจริง แนวรถ • การเลี้ยว • ความกว้างเลน
03 RECOGNITION POINT จุดอ่านทะเบียน
กำหนดบริเวณที่ต้องการให้กล้อง รับภาพป้ายทะเบียน และตรวจสอบว่ารถสามารถอยู่ ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้หรือไม่ จุดอ่าน • มุมกล้อง • ระยะ
04 BARRIER GATE จุดติดตั้งไม้กั้น
ตรวจสอบตำแหน่งตู้ Barrier แนวแขนกั้น พื้นที่รถรอก่อนผ่าน และความสัมพันธ์กับจุดอ่านทะเบียน ตู้ไม้กั้น • แขนกั้น • จุดรอรถ
05 USER FLOW ประเภทผู้ใช้งาน
แยกรถลูกบ้าน พนักงาน ผู้มาติดต่อ รถขนส่ง หรือผู้ใช้งานประเภทอื่น เพื่อกำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสม Member • Visitor • Other Vehicle
06 POWER & NETWORK ไฟฟ้าและ Network
ตรวจสอบจุดจ่ายไฟ เส้นทางสายสัญญาณ Network ที่มีอยู่ และพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง Power • LAN • Cable Route
07 EXISTING SYSTEM ระบบเดิม
หากมี Barrier Gate Access Control ระบบ Visitor หรืออุปกรณ์อื่นอยู่แล้ว ควรตรวจสอบรูปแบบการเชื่อมต่อ และความเข้ากันได้ก่อนออกแบบ Existing Gate • Access • Visitor
08 SITE CONDITIONS สภาพแวดล้อม
พิจารณาแสงกลางวัน–กลางคืน จุดย้อนแสง สิ่งกีดขวาง พื้นที่ติดตั้งเสา และข้อจำกัดทางกายภาพของหน้างาน Light • Obstacle • Installation Area
SURVEY FROM VEHICLE FLOW สำรวจตามเส้นทางจริงของรถ ตั้งแต่ก่อนเข้าจนผ่านจุดควบคุม วิธีนี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง LPR Camera, Barrier Gate, จุดตรวจสอบสิทธิ์ และตำแหน่งรถ ได้ชัดกว่าการเลือกตำแหน่งอุปกรณ์แยกกัน
STEP 01 Approach รถเข้ามาจากทิศทางใด และเข้าสู่เลนอย่างไร
→
STEP 02 Recognition จุดใดเหมาะสำหรับ การรับภาพป้ายทะเบียน
→
STEP 03 Verification ระบบจะตรวจสอบข้อมูล และสิทธิ์อย่างไร
→
STEP 04 Barrier ตำแหน่งไม้กั้น และพื้นที่รอรถเหมาะหรือไม่
→
STEP 05 Vehicle Pass รถผ่านจุดควบคุม และออกจากพื้นที่กั้นอย่างไร
ENTRY LANE ฝั่งรถเข้า ควรดูอะไร? ฝั่งทางเข้ามักเกี่ยวข้องกับ การระบุตัวรถ การตรวจสอบสิทธิ์ และการจัดการรถหลายประเภท จึงควรดูทั้ง Physical Flow และ Access Flow ร่วมกัน
✓ รถเข้ามาจากแนวตรง หรือมีการเลี้ยวก่อนถึงกล้อง
✓ จุดอ่านทะเบียนอยู่ก่อน Barrier ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่
✓ รถสมาชิกและ Visitor ใช้เลนเดียวกันหรือแยกเลน
✓ มีพื้นที่ให้รถรอ โดยไม่กีดขวางช่องทางอื่นหรือไม่
EXIT LANE ฝั่งรถออก ควรดูอะไร? รูปแบบทางออกไม่จำเป็นต้องเหมือนทางเข้า เพราะเงื่อนไขการตรวจสอบ และวิธีควบคุม Barrier อาจแตกต่างกันตามนโยบาย และกระบวนการของแต่ละโครงการ
✓ ต้องอ่านทะเบียนฝั่งออกด้วยหรือไม่ ตามวัตถุประสงค์ของระบบ
✓ ต้องตรวจสอบสิทธิ์ก่อนออก หรือใช้เงื่อนไขแบบอื่น
✓ Visitor มีขั้นตอนก่อนออก แตกต่างจากรถสมาชิกหรือไม่
✓ ตำแหน่งรถหลังผ่าน Barrier และพื้นที่ปลอดจากแขนกั้นเป็นอย่างไร
SITE INFRASTRUCTURE อย่าลืมสำรวจระบบพื้นฐาน ที่ต้องรองรับ LPR นอกจากตำแหน่งกล้องและไม้กั้นแล้ว ระบบยังเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า Network เส้นทางสาย พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ และการเชื่อมต่อกับระบบเดิม
Power Supply ตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟ ตำแหน่งจุดไฟ และข้อกำหนดของอุปกรณ์จริง
Network ตรวจสอบระบบ LAN จุดเชื่อมต่อ และโครงสร้าง Network ที่เกี่ยวข้องกับระบบ
Cable Route พิจารณาเส้นทางเดินสาย ท่อ ราง และระยะทางตามหน้างานจริง
Existing Integration ตรวจสอบว่าต้องเชื่อมต่อ Barrier, Access, Visitor หรือระบบอื่นที่มีอยู่หรือไม่
BEFORE SYSTEM DESIGN 6 คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนออกแบบระบบ
1 มีกี่ช่องทางเข้า–ออก และแต่ละเลนใช้ทำอะไร?
2 ต้องการใช้ LPR กับรถประเภทใดบ้าง?
3 รถสมาชิกและ Visitor มี Flow ต่างกันอย่างไร?
4 เมื่อทะเบียนผ่านเงื่อนไข ต้องการให้ระบบทำอะไรต่อ?
5 มี Barrier Gate หรือระบบเดิมที่ต้องเชื่อมต่อหรือไม่?
6 มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ไฟฟ้า Network หรือการเดินสายอะไรบ้าง?
✓
Site Survey ที่ดี ควรได้ทั้ง “ข้อมูลหน้างาน” และ “เงื่อนไขการใช้งาน” การวัดพื้นที่เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะระบบ LPR เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน Vehicle Flow การตรวจสอบสิทธิ์ Barrier Gate ระบบเดิม รวมถึง Infrastructure ของพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้ควรถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ก่อนกำหนดอุปกรณ์และรูปแบบการติดตั้งจริง
ต่อไป: Checklist ก่อนเลือกระบบ LPR สำหรับโครงการ →
LPR PROJECT CHECKLIST

Checklist ก่อนเลือกระบบ LPR สำหรับโครงการ

ก่อนเลือกกล้อง LPR หรืออุปกรณ์ในระบบ ควรกำหนดความต้องการของโครงการให้ชัดเจนก่อน เพราะระบบสำหรับหมู่บ้าน อาคาร สำนักงาน โรงงาน หรือพื้นที่ควบคุมรถ อาจมี Vehicle Flow และเงื่อนไขการอนุญาต เข้า–ออกที่แตกต่างกัน
BEFORE CHOOSING LPR อย่าเริ่มจากคำถามว่า “ใช้กล้องรุ่นไหนดี?” ควรเริ่มจากวัตถุประสงค์ของระบบ รูปแบบรถเข้า–ออก กลุ่มผู้ใช้งาน วิธีตรวจสอบสิทธิ์ และระบบที่ต้องเชื่อมต่อ จากนั้นจึงเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับ เงื่อนไขของหน้างานและรูปแบบการใช้งาน
8 PROJECT CHECKPOINTS
01 ✓
OBJECTIVE กำหนดวัตถุประสงค์ของระบบ ต้องการใช้ทะเบียนเพื่อบันทึกข้อมูลรถ ตรวจสอบสิทธิ์ สนับสนุนการควบคุมรถเข้า–ออก หรือเชื่อมกับระบบอื่น ควรกำหนดให้ชัดตั้งแต่ต้น ถามก่อน: ต้องการให้ LPR ช่วยแก้ปัญหาอะไร?
02 ✓
VEHICLE FLOW เข้าใจเส้นทางของรถ ดูทิศทางการเข้าพื้นที่ จุดชะลอหรือหยุดรถ การเลี้ยวเข้าเลน จุดอ่านทะเบียน และตำแหน่งก่อน–หลัง Barrier ถามก่อน: รถผ่านจุดควบคุม ในลักษณะใด?
03 ✓
NUMBER OF LANES จำนวนช่องทางเข้า–ออก ระบุจำนวนเลน และหน้าที่ของแต่ละเลน เช่น ทางเข้า ทางออก เลนสมาชิก หรือเลนผู้มาติดต่อ ตามรูปแบบของโครงการ ถามก่อน: มีกี่เลน และแต่ละเลนใช้ทำอะไร?
04 ✓
USER GROUP แยกประเภทผู้ใช้งาน รถสมาชิก พนักงาน ผู้มาติดต่อ รถขนส่ง หรือรถประเภทอื่น อาจต้องใช้เงื่อนไข และขั้นตอนเข้า–ออกต่างกัน ถามก่อน: ใครบ้าง ที่ต้องใช้ช่องทางนี้?
05 ✓
AUTHORIZATION กำหนดวิธีตรวจสอบสิทธิ์ ต้องกำหนดว่าข้อมูลทะเบียน จะถูกใช้ในขั้นตอนใด และระบบจะตรวจสอบกับข้อมูล หรือเงื่อนไขใด ก่อนดำเนินการขั้นถัดไป ถามก่อน: อ่านทะเบียนแล้ว ระบบต้องตรวจสอบอะไรต่อ?
06 ✓
BARRIER & INTEGRATION ระบบที่ต้องเชื่อมต่อ ตรวจสอบว่าต้องทำงานร่วมกับ Barrier Gate, Access Control, Visitor Management หรือระบบอื่นหรือไม่ รวมถึงความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ ถามก่อน: LPR ต้องสั่งงาน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอะไร?
07 ✓
INFRASTRUCTURE ตรวจสอบ Infrastructure สำรวจไฟฟ้า Network เส้นทางเดินสาย พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ รวมถึงข้อจำกัดทางกายภาพ และสภาพแวดล้อมของหน้างาน ถามก่อน: พื้นที่พร้อมรองรับ ระบบในระดับใด?
08 ✓
TEST & SUPPORT การทดสอบและดูแลระบบ ควรวางแผนการทดสอบหลังติดตั้ง การตรวจสอบการทำงานร่วมกัน การส่งมอบ และแนวทางดูแลระบบ หลังเริ่มใช้งาน ถามก่อน: หลังติดตั้งแล้ว จะทดสอบและดูแลอย่างไร?
FROM REQUIREMENT TO SYSTEM ลำดับการเลือกระบบที่ควรเริ่มจาก Requirement ไม่ใช่ Product เมื่อเข้าใจความต้องการและหน้างานแล้ว จึงค่อยกำหนด System Architecture รูปแบบ Integration และเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับโครงการ
STEP 01 Requirement กำหนดเป้าหมาย และรูปแบบการใช้งาน
→
STEP 02 Site Survey สำรวจ Vehicle Flow และข้อจำกัดหน้างาน
→
STEP 03 System Design ออกแบบการทำงาน และการเชื่อมต่อ
→
STEP 04 Equipment เลือกอุปกรณ์ ให้เหมาะกับแบบระบบ
→
STEP 05 Test & Commission ทดสอบการทำงาน กับสถานการณ์จริง
SYSTEM SCOPE LPR ของแต่ละโครงการ อาจมีขอบเขตระบบไม่เหมือนกัน บางพื้นที่อาจต้องการเพียง การรับและบันทึกข้อมูลทะเบียน ขณะที่บางโครงการอาจต้องเชื่อมต่อ การตรวจสอบสิทธิ์และ Barrier Gate ตามกระบวนการที่ออกแบบไว้
RECORDING LPR สำหรับบันทึกข้อมูล เน้นการรับข้อมูลทะเบียน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตามความสามารถของระบบที่เลือกใช้
AUTHORIZATION LPR + ตรวจสอบสิทธิ์ ใช้ข้อมูลทะเบียน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ตรวจสอบสิทธิ์รถ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
INTEGRATED SYSTEM LPR + Barrier + System เชื่อมต่อ LPR กับ Barrier Gate และระบบอื่น ตาม Architecture ของโครงการ
COMMON PLANNING MISTAKE เลือกอุปกรณ์ก่อนเข้าใจหน้างาน อาจทำให้ต้องแก้แบบภายหลัง รุ่นกล้องหรืออุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติดี ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกพื้นที่ การออกแบบควรพิจารณา Requirement, Vehicle Flow, Integration และข้อจำกัดของหน้างานร่วมกัน
Camera Position พื้นที่จริงอาจไม่รองรับ ตำแหน่งกล้องที่วางไว้
Vehicle Flow รถอาจไม่ได้ผ่านจุดอ่าน ในแนวที่คาดไว้
Integration ระบบเดิมอาจต้องตรวจสอบ วิธีเชื่อมต่อและความเข้ากันได้
Infrastructure ไฟฟ้า Network และเส้นทางสายอาจต้องเตรียมเพิ่ม
✓
ถ้าตอบ Checklist เหล่านี้ได้ การออกแบบระบบจะชัดเจนขึ้นมาก ข้อมูลจาก Checklist ช่วยกำหนดขอบเขตงาน รูปแบบการทำงาน จำนวนอุปกรณ์ จุดติดตั้ง และ Integration ที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนออกแบบรายละเอียด และเลือกอุปกรณ์จริงสำหรับโครงการ
ต่อไป: ออกแบบและติดตั้งระบบ LPR กับ TBS →
TBS LPR SOLUTION

ออกแบบระบบ LPR ให้เหมาะกับการใช้งานจริงของโครงการ

ระบบ LPR ที่เหมาะสมไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวกล้อง แต่ควรมองตั้งแต่ Vehicle Flow จุดอ่านทะเบียน วิธีตรวจสอบสิทธิ์ Barrier Gate ระบบที่ต้องเชื่อมต่อ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของหน้างาน
INTEGRATED LPR SOLUTION จากหน้างาน สู่ระบบ Vehicle Access ที่ทำงานเป็นขั้นตอนเดียวกัน TBS ให้บริการสำรวจ ออกแบบ จัดหาและติดตั้งระบบ โดยพิจารณา LPR Camera, Barrier Gate, รูปแบบการตรวจสอบสิทธิ์ และระบบที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ตามขอบเขตของแต่ละโครงการ
LPR CAMERA BARRIER GATE VEHICLE ACCESS VISITOR FLOW SYSTEM INTEGRATION
01 Site Survey สำรวจช่องทางรถ จุดติดตั้ง สภาพแวดล้อม ไฟฟ้า Network และระบบเดิมที่เกี่ยวข้อง
02 System Design ออกแบบ Vehicle Flow จุดอ่านทะเบียน Logic การตรวจสอบ และรูปแบบ Integration
03 Installation ติดตั้งอุปกรณ์ เดินระบบ และตั้งค่า ตามแบบและขอบเขตงาน ของโครงการ
04 Test & Handover ทดสอบการทำงานของระบบ ตรวจสอบขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และส่งมอบตามขอบเขตงาน
PROJECT WORKFLOW ขั้นตอนการดำเนินงานระบบ LPR เริ่มจากการเข้าใจ Requirement และหน้างาน ก่อนออกแบบ เลือกอุปกรณ์ ติดตั้ง และทดสอบระบบตามขอบเขตโครงการ
01 สำรวจหน้างาน SITE SURVEY ตรวจสอบพื้นที่ Vehicle Flow และระบบเดิม
→
02 ออกแบบระบบ SYSTEM DESIGN กำหนดการทำงาน จุดติดตั้ง และ Integration
→
03 เสนอขอบเขตงาน PROPOSAL & QUOTE สรุปอุปกรณ์ Scope งาน และรายละเอียดโครงการ
→
04 ติดตั้ง INSTALLATION ดำเนินการติดตั้ง และตั้งค่าระบบ ตามแบบ
→
05 ทดสอบระบบ TEST & COMMISSION ตรวจสอบการทำงาน และการเชื่อมต่อ ที่เกี่ยวข้อง
→
06 ส่งมอบงาน HANDOVER ส่งมอบระบบ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตามขอบเขตงาน
ARTICLE SUMMARY สรุปก่อนวางระบบ LPR สำหรับโครงการ LPR เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Vehicle Access ที่สามารถนำข้อมูลทะเบียน ไปใช้ต่อในกระบวนการของโครงการได้ แต่รูปแบบการทำงานจริง ควรออกแบบตามหน้างาน และ Requirement ของแต่ละพื้นที่
✓ เริ่มจาก Vehicle Flow และวัตถุประสงค์ของระบบ ก่อนเลือกอุปกรณ์
✓ ตำแหน่งและมุมกล้อง ควรพิจารณาจาก สภาพหน้างานจริง
✓ การอ่านทะเบียน และการเปิด Barrier เป็นคนละขั้นตอนของระบบ
✓ Logic การตรวจสอบสิทธิ์ ควรออกแบบตาม Member, Visitor และผู้ใช้งานจริง
✓ ตรวจสอบ Barrier Gate, Network และระบบเดิม ก่อนออกแบบ Integration
✓ ควรทดสอบการทำงาน ตามสถานการณ์ใช้งานจริง ก่อนส่งมอบระบบ
PROJECT CONSULTATION กำลังวางระบบ LPR และควบคุมรถเข้า–ออกสำหรับโครงการ? ติดต่อ TBS เพื่อพูดคุย Requirement สำรวจหน้างาน และออกแบบแนวทางระบบ LPR, Barrier Gate และ Vehicle Access ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของพื้นที่
THE BEST SYSTEMS (THAILAND) CO., LTD.
Visitors: 2,332